หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ไก่ดุ!ยำโบโร่4-0,เรือ2-0,กุหลาบเจ๊า  (อ่าน 768 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
world
ซ่าเรียกพี่
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 392


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 05 มีนาคม 2009 »



      
      ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
                                                                       ฤดูกาล 2008/2009
                                                                  วันพุธที่ 4 มีนาคม 2552
                                                               สเปอร์ส 4 - มิดเดิ้ลสโบรช์  0
สนาม: ไวท์ ฮาร์ท เลน
 

"ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เจ้าถิ่นเพิ่งปราชัยให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมคาร์ลิ่ง คัพ นัดชิงชนะเลิศ หลังบดกันมา 120 นาที เสมอกัน 0-0 ก่อนแพ้ในการดวลจุดโทษ 1-4 เกมนี้ได้ตัว ร็อบบี้ คีน, วิลสัน ปาลาซิออส กลับคืนทีม  ขณะที่ทีมเยือนใช้คู่หน้าเป็น เฌเรมี่ อาลิยาดิแยร์ กับ ตุนกาย ซานลี่

 
  เปิดฉากครึ่งแรกได้แค่ 9 นาที เจ้าบ้านได้ประตูนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ ลูก้า โมดริช เปิดมุมจากซ้ายมาหน้าประตู ไมเคิ่ล ดอว์สัน ขึ้นโขกเช็ดไปเสาสองเข้าเท้า ร็อบบี้ คีน ที่เกี่ยวบอลด้วยซ้ายเข้าไปง่ายๆให้ สเปอร์ส นำก่อน 1-0 และ เป็นประตูแรกหลังการกลับมายังเล้าไก่ของ คีโน่ ด้วย

 
  โบโร่ เกือบตีเสมอได้ในนาทีที่ 12 จากจังหวะที่ ตุนกาย ซานลี่ หลุดเข้าไปจับบอลลงก่วนวอลเลย์เสียบใต้คานเข้าไป แต่ผู้ตัดสินไม่ให้เป็นประตูเป่าเป็นลูกล้ำหน้าไปแล้ว

 
อย่างไรก็ตาม ไก่เดือยทอง มาได้ประตูที่สองหนีห่างออกไปอีก จากจังหวะที่ ร็อบบี้ คีน รับบอลทางขวาแล้วแทงขึ้นหน้าให้  ลูก้า โมดริช สปีดเข้าหาบอลก่อนปล่อยหลอกแล้วตามไปเปิดเรียดเข้ามาหน้าปากประตูให้ โรมัน พาฟลิวเชนโก้ พุ่งสไลด์บอลเสยเพดานเข้าไปให้ สเปอร์ส นำ 2-0 เข้าไปแล้วในนาทีที่ 14

 
มิดเดิ้ลสโบรช์ ได้โอกาสบ้างในนาทีที่ 21 เมื่อ ตุนกาย ซานลี่ กองหน้าทีมชาติตุรกี หลุดเข้าไปยิงติดเซฟของ เฮเรลโญ่ โกเมส นายทวารชาวบราซิลของสเปอร์ส

 
ก่อนหมดครึ่งแรกแค่ 5 นาที เจ้าบ้านมาได้ประตูที่สาม เมื่อ ร็อบบี้ คีน ครองบอลแล้วรอจังหวะก่อนดีดลูกลอดขา โรเบิร์ต ฮูธ กองหลังของโบโร่ ให้กับ อาร่อน เลนน่อน สปีดเข้าไปถึงบอลในกรอบโทษฝั่งขวาแล้วปั่นด้วยขวาบอลเลี้ยวเสียบเสาแรกอย่างสวยงามให้ สเปอร์ส ทิ้งกระจาย 3-0 เมื่อหมดครึ่งแรก

 
กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลัง มิดเดิ้ลสโบรช์ เปลี่ยนเอา โรเบิร์ต ฮูธ ออกแล้วส่ง แอนดรูว์ เทย์เลอร์ ลงมาเล่นแทนในแนวรับ


  หลังจากนั้นนาทีที่ 53 สเปอร์ส เปลี่ายนตัวบ้างส่ง ดาร์เรน เบนท์ เล่นแทน โรมัน พาฟลิวเชนโก้ ส่วน โบโร่ ให้ มาร์ลอน คิง ลงมาเล่นแทน เฌเรมี่ อาลิยาดิแยร์ ที่มีอาการบาดเจ็บ

 
  หลังจากนั้น 4 นาที โอกาสของทืมเยือน ทว่า ฮูลิโอ อาร์ก้า กองกลางชาวอาร์เจนไตน์ ยิงด้วยซ้ายจากระยะ 20 หลา บอลข้ามคานไป

 
เจ้าถิ่นปรับแท็คติกอีกครั้งส่ง ทอม ฮัดเดิ้ลสตัน ลงมาเล่นแทน เจอร์เมน จีนาส ในแดนกลาง ในนาทีที่ 64

 
ทีมเยือนน่าจะได้ประตูไล่ขึ้นมาในนาทีที่ 66 เมื่อ ตุนกาย ซานลี่ กองหน้าตัวเก่งชาวเติร์ก ยิงด้วยขวาจากระยะ 18 หลาบอลไปชนเสากระดอนออกมาอย่างน่าเสียดาย

 
โบโร่ ยังบุกอยู่ ฮูลิโอ อาร์ก้า อาศัยความสามารถเฉพาะตัวหลุดเข้าไปซัดจากระยะ 25 หลา บอลข้ามคานไปอีกในนาทีที่ 73 ส่วน สเปอร์ส เปลี่ยนเอา เจมี่ โอฮาร่า ลงมาเล่นแทน ลูก้า โมดริซ


  สองนาทีต่อมา แกรี่ โอนีล กองกลางโบโร่ ดอดขึ้นมาส่องด้วยซ้ายจากระยะ 20 หลา กดไม่ลงบอลข้ามคานไป


  ท้ายเกมนาทีที่ 79 ไก่เดือยทอง มาได้ประตูที่ 4 เมิ่อ อารอน เลนน่อน ทำชิ่งกับ ร็อบบี้ คีน ก่อนที่ เลนน่อน จะหลุดเดี่ยวเข้าไปชิปด้วยขวาข้ามตัว แบร๊ด โจนส์ นายทวารโบโร่ เข้าประตูไปเป็นประตูที่สองของเลนน่อน ในเกมนี้ช่วยให้ สเปอร์ส นำหายห่วง 4-0


  เวลาที่เหลือทำอะไรกันไม่ได้ จบเกม 90 นาที สเปอร์ส เปิดรังไล่ต้อน มิดเดิ้ลสโบรช์ ไปขาดลอย 4-0 เก็บสามคะแนนอันล้ำค่าเพิ่มความหวังในการลุ้นหนีตกชั้นให้เพิ่มขึ้น เมื่อโดดขึ้นมาอยู่อันดับ 12 ของตารางคะแนนแล้ว

 รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
 
สเปอร์ส : เฮเรลโญ่ โกเมส - ดีดิเย่ร์ โซโกร่า, ไมเคิล ดอว์สัน, โจนาธาน วู้ดเกต, เบอนัวต์ อัสซู เอก็อตโต้ - อาร่อน เลนนอน, วิลสัน ปาลาซิออส, เจอร์เมน จีนาส, ลูก้า โมดริซ - โรมัน พาฟลิวเชนโก้, ร็อบบี้ คีน (กัปตันทีม)
 
สำรอง : คาร์โล คูดิชินี่ (ผู้รักษาประตู) -  เดวิด เบนท์ลี่ย์, ทอม ฮัดเดิ้ลสตัน, ดาร์เรน เบนท์, ปาสกาล ชิมบงด้า, เวดราน ชอร์ลูก้า, เจมี่ โอฮาร่า
 
  มิดเดิ้ลสโบรช์ : แบร๊ด โจนส์ - จัสติน ฮอยท์, เดวิด วีเธอร์, โรเบิร์ต ฮูธ, เอมานูเอล โปกาเตทซ์, แกรี่ โอนีล, แม็ทธิว เบ็ตส์, ฮูลิโอ อาร์ก้า, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง - เฌเรมี่ อาลิยาดิแยร์, ตุนกาย ซานลี่
 
  สำรอง : รอสส์ เทิร์นบูลล์ (ผู้รักษาประตู) - แอนดรูว์ เทย์เลอร์, มาร์วิน เอ็มเนส, อฟอนโซ่ อัลเวส, มาร์ลอน คิง, อดัม จอห์นสัน, โจชัว วอล์คเกอร์

                                                                แมนฯซิตี้ 2 - แอสตัน วิลล่า 0
สนาม : ซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์

  "เรือใบสีฟ้า" แมนฯซิตี้ รับการมาเยือนของ แอสตัน วิลล่า เกมนี้เจ้าบ้านส่ง เฟลิเป้ ไกเซโด้ ลงยืนเป็นตัวจริงเหมือนเดิมเนื่องจาก โรบินโญ่ และ เคร็ก เบลลามี่ ยังบาดเจ็บ ส่วนสิงห์ผยองได้ข่าวดีเมื่อ เอมิล เฮสกี้ ฟิตทันกลับมายืนตัวจริง โดยมี กาเบรียล อั๊กบอนลาฮอร์ ยืนคู่ขา

 
เริ่มครึ่งแรกเจ้าบ้านเดินเครืองได้มากกว่า นาที 11 สตีเฟ่น ไอร์แลนด์ รับบอลจากแดนกลางเข้ายิงด้วยขวาระยะ 12 หลา ถากเสาไป

 
อึดใจต่อมา สตีเฟ่น ไอร์แลนด์ ยังป่วนแนวรับทีมเยือนได้ดี คราวนี้สบโอกาสซัดสองจังหวะติดๆ แต่โดนกองหลังทีมเยือนบล็อคไว้ทัน

 
เกมเป็นของเจ้าบ้านอย่างชัดเจน นาที 22 ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ รับบอลจากเพื่อนร่วมทีม ก่อนจะพลิกเข้าเขตโทษกดด้วยขวาลูกหลุดเสาไกลออกหลัง

 
อย่างไรก็ตามสองนาทีถัดมา สาวกเรือใบสีฟ้าได้เฮสมใจ เจมส์ มิลเนอร์ ไปเหนี่ยว ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ ล้มลงในกรอบเขตโทษ เป็นจุดโทษ เอลาโน่ รับหน้าที่สังหารไม่มีพลาด 1-0 ของเจ้าถิ่น

 
พอโดนก่อน วิลล่า เริ่มตั้งเกมของตัวเองได้ นาที 28 เอมิล เฮสกี้ โดน ปาโบล ซาบาเลต้า ทำฟาวล์ ระยะ 25 หลา แอชลี่ย์ ยัง ปั่นด้วยขวา แต่เชย์ กิฟเว่น รับแบบไม่มีกระฉอก


  เกมเริ่มเนือยลง โดยเฉพาะฝั่งแอสตัน วิลล่า ที่แทบไม่มีโอกาสเข้าทำเลย บรรดาแผงหน้าทั้ง เอมิล เฮสกี้ และ กาเบรียล อั๊กบอนลาฮอร์ เหมือนหายไปจากเกม จบครึ่งแรก แมนฯซิตี้นำ 1-0

 
  เข้าสู่ครึ่งหลังรูปเกมยังเหมือนเดิม คือไม่มีความเร้าใจแม้แต่น้อย นาที 58 วิลล่า มีลุ้นเล็กๆ แอชลี่ย์ ยัง พาบอลเข้าเขตโทษ กดด้วยขวาลูกแฉลบกองหลังเจ้าถิ่นออกหลัง

 
สองนาทีต่อมา แอชลี่ย์ ยัง เริ่มโยกย้ายได้มากขึ้น คราวนี้ เปิดเข้ากลางให้ เอมิล เฮสกี้ ขึ้นโหม่ง เชย์ กิฟเว่น กระโดดปัดด้วยปลายนิ้ว


  เกมเริ่มเอนมาทางวิลล่า นาที 63 เจมส์ มิลเนอร์ ลากเลื้อยขึ้นมาด้านขวา ก่อนจะเปิดเข้ากลางให้ ยอห์น คาริว ตัวสำรอง ขึ้นโหม่ง ลูกข้ามคานหวุดหวิด

 
หกนาทีต่อมา แมนฯซิตี้ เริ่มบุกขึ้นมาบ้าง  เอลาโน่ บลูแมร์ จ่ายบอลให้ เฟลิเป้ ไกเซโด้ หลุดเข้ากรอบเขตโทษอัดจากระยะ 12 หลา ถากเสา

 
นาที 71 วิลล่า ลุยขึ้นมาเหมือนกัน สติลิยัน เปตรอฟ เปิดบอลให้ แกเร็ธ แบร์รี่ ตะบันตรงกรอบเขตโทษ เชย์ กิฟเว่น ยังไว ปัดออกหลัง

 
เกมเริ่มสนุกขึ้นเรื่อยๆนาที 76 เจ้าบ้านได้ลูกเตะมุม เอลาโน่ เปิดมาเสาแรกให้ เชด อีแวนส์ ตัวสำรองสะบัดโหม่งไม่ตรงกรอบ จากนั้น เอลาโน่ มีโอกาสกดด้วยซ้าย แบร็ด ฟรีเดล ยังปัดได้

 
นาทีที่ 89 แมนฯซิตี้ ก็มาได้ประตูหนีไปเป็น 2-0 จาก ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์

 
ท้ายเกม วิลล่าลุยหนักมากขึ้นแต่ไม่มีความเฉียบขาดพอ จบ90นาที แมนฯซิตี้ ต้อน แอสตัน วิลล่า 2-0 ซิวสามแต้ม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
 
แมนฯซิตี้ : เชย์ กิฟเว่น, ปาโบล ซาบาเลต้า, เนดุม โอนูโอฮา, ริชาร์ด ดันน์, เวย์น บริดจ์, ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์, สตีเฟ่น ไอร์แลนด์ แว็งซ็องต์ กองปานี, ไนเจล เด ยองก์, เอลาโน่ บลูแมร์, เฟลิเป้ ไกเซโด้
 
  สำรอง : โจ ฮาร์ท, วาเลรี่ โบยินอฟ, ดาริอุส วาสเซลล์, ฆาเวียร์ การ์รีโด้, เกลซง แฟร็กน็องส์, เชดอีแวนส์, เกลาแบร์ แบร์ตี้
 
  แอสตัน วิลล่า : แบร็ด ฟรีเดล, การ์ลอส เกยาร์, เคอร์ติส เดวี่ส์, แซต ไนท์, ลุค ยัง, เจมส์ มิลเนอร์, สติลิยัน เปตรอฟ, แกเร็ธ แบร์รี่, แอชลี่ย์ ยัง, กาเบรียล อั๊กบอนลาฮอร์, เอมิล เฮสกี้

  สำรอง : แบร็ด กูซาน, มาร์ลอน แฮร์วู้ด, ยอห์น คาริว, นาธาน เดลฟูเนโซ่, ไนเจล รีโอ-โคเกอร์, นิคกี้ ชอรี่ย์, เคร็ก การ์ดเนอร์

                                                                  แบล็คเบิร์น 0 - เอฟเวอร์ตัน 0
 
เจ้าถิ่น ของ แซม อัลลาไดซ์ ไม่มี 2 กำลังหลักอย่าง พอล โรบินสัน ผู้รักษาประตูที่มีอาการบาดเจ็บ ต้องส่ง เจสัน บราวน์ ลงมาเล่นแทน รวมทั้ง มอร์เท่น กัมส์ท พีเดอร์เซ่น ที่โดนแบนจากการไล่ออกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังดีที่มี โรเก้ ซานตา ครูซ หอกตัวเก่งลงยืนค้ำในแดนหน้าเช่นเดิม

 
ด้านผู้มาเยือน ของ เดวิด มอยส์ ยังคงไม่มีตัวผู้เล่นหลักๆหลายตัวเหมือนเช่นเคย แต่มีข่าวดีที่ได้ ลีออน ออสแมน ฟิตกลับมาเป็นตัวจริง พร้อมส่ง โช อัลเวส ลงเป็นกองหน้าตัวเป้า และมี ทิม คาฮิลล์ สนับสนุนอีกที

 
เริ่มเกมมา 13 นาทีทีมเยือนเป็นฝ่ายที่ได้ทักทายก่อน จากจังหวะฟรีคิกของ เลย์ตัน เบนส์ ที่ เจสัน บราวน์ จอมหนึบเจ้าถิ่น พุ่งออกมาเซฟไว้ได้ทัน

 
6 นาทีต่อมาเจ้าบ้านก็มาได้โอกาสแรกจากการยิงโค้งนอกกรอบเขตโทษของ วินเซนโซ่ เกรลล่า ที่ข้ามคานออกหลังไป

 
นาทีที่ 22 เบนส์ ได้จังหวะโยนฟรีคิกหวาดเสียวเข้ามาให้ทีมเยือนอีกครั้ง แต่ บราวน์ ก็ยังออกมารับไว้ได้อีกรอบ

 
เกมยังคงเล่นกันอยู่กลางสนามเสียเป็นส่วนใหญ่โดยที่ทั้งสองทีมยังไม่มีจังหวะพังประตูกันมากนัก จนกระทั่งนาทีที่ 39 บราวน์ ก็ต้องมาออกแรงอีกรอบ เมื่อหยุดลูกยิงของ สตีเว่น พีนาร์ กองกลางผู้มาเยือนเอาไว้ได้ที่บริเวณโคนเสา

 
ก่อนที่ในนาทีถัดมา ทีมเยือนได้เสียวอีกครั้ง พีนาร์ โยนลูกเตะมุมให้ โช อัลเวส โขกข้ามคานออกไป จบครึ่งแรกเสมอกันไป 0-0 โดยที่ผู้มาเยือนทำได้ดีกว่าเล็กน้อย

 
ครึ่งหลัง เจ้าถิ่น แก้เกมก่อน โดยส่ง ตูกาย เคริโมกลู กองกลางจอมเก๋า ลงมาเล่นแทน วินเซนโซ่ เกรลล่า

 
นาทีที่ 48 เจ้าถิ่นได้โอกาสครั้งแรกก่อนในช่วงครึ่งหลัง จากลูกโยนของ เอล ฮัดจิ ดิยุฟ ที่ไปเข้าซอง ทิม ฮาวเวิร์ด

 
ก่อนที่อีก 2 นาทีต่อมา โรเก้ ซานตา ครูซ จะสร้างโอกาสให้เจ้าถิ่นอีกรอบด้วยการยิงหลุดกรอบไปจากระยะ 12 หลา

 
ทีมเยือนมามีโอกาสบ้างในนาทีที่ 52 จากลูกโขกของ ทิม คาฮิลล์ ที่ เจสัน บราวน์ ยังพุ่งมาเซฟไว้ได้ทัน
 นาทีที่ 61 ซานตา ครูซ มาได้จังหวะให้เจ้าถิ่นอีกอีกรอบเมื่อขึ้นโขกลูกโยนของ ดิยุฟ ออกข้างเสาไป

 
8 นาทีต่อมาเจ้าถิ่นน่าจะได้ประตูขึ้นนำอย่างที่สุดเมื่อ เจสัน โรเบิร์ต ได้จังหวะหลุดเดี่ยวไปดวลเดี่ยวกับ ฮาวเวิร์ด แต่สุดท้ายยิงไม่ดีไปติดเซฟ มือกาวมะกัน อย่างน่าเสียดาย

 
นาทีที่ 77 เจ้าถิ่นมีโอกาสอีกรอบ ดิยุฟ โยนจากฝั่งซ้ายให้ อารอน โมโคเอน่า ตัวสำรองโขกเช็ดออกเสาสองไป

 
ช่วงเวลาที่เหลือของเกม ไม่มีฝ่ายใดทำประตูกันได้จบเกม เสมอกันไป 0-0

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
 
  แบล็คเบิร์น : เจสัน บราวน์, อังเดร ออยเยอร์, คริสโตเฟอร์ แซมบ้า, ไรอัน เนลเซ่น, กาแอล ชิเว่ต์, คีธ แอนดรูว์ส, วินเซนโซ่ เกรลล่า, สตีเฟ่น วอร์น็อค, โรเก้ ซานตา ครูซ, เจสัน โรเบิร์ต, เอล ฮัดจิ ดิยุฟ
   
  สำรอง : มาร์ค บันน์, ตูกาย เคริโมกลู, เดวิด ดันน์, เบนนี่ แม็คคาธี่ย์, อารอน โมโคเอน่า, แดนนี่ ซิมป์สัน, คีธ เทรียซี่ย์
 
เอฟเวอร์ตัน : ทิม ฮาวเวิร์ด, ฟิล จากีลก้า, โจเซฟ โยโบ, โจลีออน เลสค็อต, เลย์ตัน เบนส์, ลีออน, ออสแมน, ฟิล เนวิลล์, แจ๊ค ร็อดเวลล์, สตีเว่น พีนาร์, ทิม คาฮิลล์, โช อัลเวส
 
สำรอง : คาร์โล แนช, แอนดี้ ฟาน เด เมย์เด้, เนญี่ คาสตินโญ่, หลุยส์ ซาฮา, ลาร์ส จาค็อบเซ่น, มารูยาน เฟลไลนี่, แดน กอสลิ่ง

สรุปผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

 แมนฯ ซิตี้ ชนะ แอสตัน วิลล่า 2-0

  นิวคาสเซิ่ล แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-2

  สโต๊ค ชนะ โบลตัน 2-0

  วีแกน แพ้ เวสต์แฮม 0-1

  แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เสมอ เอฟเวอร์ตัน 0-0

 ฟูแล่ม แพ้ ฮัลล์ 0-1

 สเปอร์ส ชนะ มิดเดิ้ลสโบรช์ 4-0
 ยิ้มยิงฟัน ยิ้มยิงฟัน




      
      ทิม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: