หยง ทีมงาน waiza.com
พี่ซ่า
 
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 281
เปงคนที่พอดีแต่เปงคนที่ม่ายดีพอ
|
 |
« ตอบ #108 เมื่อ: 16 มีนาคม 2010 » |
|
ชาติหน้าคงอ่านม่ายจบแน่รุย อิอิ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
หยง ทีมงาน waiza.com
พี่ซ่า
 
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 281
เปงคนที่พอดีแต่เปงคนที่ม่ายดีพอ
|
 |
« ตอบ #109 เมื่อ: 16 มีนาคม 2010 » |
|
555+เอิกกกกกกกเอิกก
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Arshavin
|
 |
« ตอบ #110 เมื่อ: 16 มีนาคม 2010 » |
|
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
หยง ทีมงาน waiza.com
พี่ซ่า
 
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 281
เปงคนที่พอดีแต่เปงคนที่ม่ายดีพอ
|
 |
« ตอบ #111 เมื่อ: 17 มีนาคม 2010 » |
|
แปลกมั๊ย..ใคร ๆ ก็คิดว่าเวลากับนาฬิกาเป็นสิ่งที่คู่กันเสมอจริง ๆ แล้ว มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นซักหน่อย
เวลา... เดินไปข้างหน้า นาฬิกา.. เดินอยู่ที่เก่า
เวลา.. เราไม่อาจย้อนกลับ นาฬิกา.. เราหมุนย้อนมันได้
เวลา.. เมื่อสูญเสียไปแล้วไม่อาจเรียกร้องคืน นาฬิกา.. เสียก็ซ่อม หรือซื้อใหม่ไปเลย
เวลา.. ได้มาฟรีๆ ไม่ต้องแลกกะอะไร นาฬิกา.. ยิ่งสวยยิ่งแพง ใช้เงินซื้อมันมาทั้งนั้น
แล้วอย่างนี้ มันจะคู่กันได้ยังไง ในเมื่อมันแตกต่างกันเหลือเกิน
แต่ถามหน่อย.. ถ้าไม่มีนาฬิกา จะรู้เวลามั๊ย หรือถ้ามีแต่นาฬิกา แต่ไม่รู้จักเวลา จะมีประโยชน์อะไร
ถึง 2 สิ่งจะแตกต่างกัน แต่ถ้ามันจะคู่กันแล้ว ย่อมมีจุดร่วมกันเสมอ เพียงแต่จะมองเห็นมันรึป่าว?
ฉันกับเค้า.. อาจไม่มีอะไรเหมือนกัน
ฉันกับเค้า.. มีความคิด และวิถีชีวิตที่ต่างกัน
ฉันกับเค้า.. อาจเดินกันคนละเส้นทาง
ฉันกับเค้า.. อาจมีความฝันที่ห่างไกลกัน
ฉัน.. อาจเหมือนกับเวลา ที่ชอบเดินไปข้างหน้า หาสิ่งใหม่ๆที่ท้าทาย โดยทิ้งหลายสิ่งไว้ข้างหลัง
เค้า.. อาจเหมือนกับนาฬิกา ที่ยังเป็นแบบเดิมๆ ใช้ชีวิตและทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ ในมุมเก่าๆ
ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันยังดึงดันจะมองแต่ข้างหน้า
ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันไม่มองไปข้างหลัง
เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังอยู่แบบเดิมๆ
เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของเขาไป
แต่ฉันยังเฝ้ามอง เฝ้ารอ … ความแตกต่าง อาจสร้างกำแพงบังเค้าไว้
แต่ฉันยังเชื่อมั่น ว่าซักวัน สิ่งนั้นน่ะแหละ ที่จะเชื่อมโยงใจเราเข้าหากัน
ความแตกต่าง จะเติมเต็มส่วนที่เราขาดหาย
และสุดท้ายก็จะเหลือเพียงแค่คำว่า..**กันและกัน **
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
หยง ทีมงาน waiza.com
พี่ซ่า
 
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 281
เปงคนที่พอดีแต่เปงคนที่ม่ายดีพอ
|
 |
« ตอบ #112 เมื่อ: 17 มีนาคม 2010 » |
|
§ แฟนก็เหมือนกับเพลงใหม่เพลงหนึ่ง.......
ที่คุณมักบอกกับตัวเองว่ามันเพราะ.........
แต่เมื่อฟังไปสักร้อยรอบ.........คุณก็จะเบื่อไปเอง
§ ต่างกับเพื่อนสาว......
ซึ่งเหมือนกับเพลงคลาสสิก. . . . . . .ที่นานๆคุณเปิดที แต่ก็ยังเพราะ. . . . . ไม่ต่างจากครั้งแรกที่คุณฟัง
§ คนๆหนึ่งที่คุณเคยชอบ.....แต่เขาไปชอบคนอื่น..
แต่คุณก็ยังจำทุกอย่างเกี่ยวกับเขาได้ ก็เหมือนกับ
เพลงของค่าย RS GRAMMY ที่คุณบอก
ว่าเกลียด แต่คุณก็ยังร้องเพลงนั้นได้จนจบ
§ ลองสังเกตไหมว่าถ้ามีรูปถ่ายหมู่ใบหนึ่ง......
คนที่คุณมองหาคนแรก. . . .คือคนที่คุณชอบอยู่
§ เบอร์โทรศัพท์.......
ที่ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทคุณ. . . . . . . คุณก็จำไม่ได้
แต่ถ้าเป็นเบอร์ของคนที่หลงใหลล่ะก็...
คุณจะจำได้ทุกตัว. . .แม้ว่ามันจะไม่ซ้ำกันเลย
§ เพลง......ที่คุณชอบมากที่สุดตอนที่คุณมีแฟน.....
อาจจะกลายเป็นเพลงที่คุณเกลียดที่สุด. . . . . . เมื่อเขาจากไป
§ Mail 100 Mail…….
ที่เพื่อนคุณส่งให้. . . . ก็ไม่อาจเทียบได้กับ คนรักคุณ......
ที่ตอบมาแค่ว่า “ขอบคุณนะ”
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
หยง ทีมงาน waiza.com
พี่ซ่า
 
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 281
เปงคนที่พอดีแต่เปงคนที่ม่ายดีพอ
|
 |
« ตอบ #113 เมื่อ: 17 มีนาคม 2010 » |
|
เมื่อ 8 ปีก่อน . . .
ผมตื่นเช้ามา อย่างเดียวดาย บนเตียงเล็กๆ เก่าๆ นั้น ผมทำกิจวัตรประจำวันทุกอย่าง อย่างที่เคย ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผมออกจากบ้านไปยังออฟฟิศ ตอนเก้าโมงเช้า พร้อมกับกระเป๋าเอกสารใบเล็กๆ เมื่อผมไปถึงที่ทำงาน ผมได้พบกับเธอ เช่นทุกวัน
เธอเป็นเพื่อนร่วมงานของผม โต๊ะทำงานของผมติดกับเธอ ทุกเช้าที่ผมเข้ามาที่ทำงาน ผมจะเจอเธอเป็นคนที่สอง รองจากพีอาร์หน้าออฟฟิศ พร้อมด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และเสียงอันแจ่มใสของเธอที่ทักทายผมทุกครั้งที่ผมก้าวเข้ามา
เธอไม่ใช่คนสวยเลย เธอดูแย่กว่าสาวๆ หลายคนในออฟฟิศผมด้วยซ้ำไป
แต่ทุกๆ คนในออฟฟิศชอบและเอ็นดูเธอ ด้วยความที่เธอเป็นคนอัธยาศัยดี พูดจาไพเราะ มีมารยาท อีกทั้งยังเป็นคนมองโลกในแง่ดีเอามากๆ ด้วย จนบางครั้ง มันทำให้เธอ ตามโลกของคนอื่นไม่ค่อยจะทันเท่าไหร่นัก น่าแปลก ที่ผมจะรู้สึกเขินๆ ทุกครั้งที่ผมจ้องหน้าเธอนานๆ
ผมรู้สึกว่าเธอมีอะไรบางอย่างที่น่ารักอย่างบอกไม่ถูก
เธอไม่ใช่คนช่างพูด แต่เธอไม่เคยเงียบเวลาอยู่กับผม เธอไม่ใช่คนยิ้มเก่ง แต่เรามักจะยิ้มเวลาที่อยู่ด้วยกัน เธอไม่ใช่คนมีเสน่ห์นัก แต่ผมกลับอยากอยู่ใกล้เธออย่างไม่มีเหตุผล เธอไม่ใช่คนคุยโทรศัพท์เก่ง แต่เธอไม่เคยเป็นฝ่ายบอกผมว่า \"แค่นี้นะ\" ก่อนเลย
และที่สำคัญ . . . เธอไม่ใช่คนสวย แต่ผมรักเธอ
วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เพื่อนที่ทำงานของผมก็เริ่มแต่งงานไปทีละคู่ๆ ผมได้ไปงานแต่งงานบ่อยครั้งมาก โดยจะมีเธอไปกับผมในทุกๆ ครั้ง
จนทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เราเป็นแฟนกัน ทั้งๆ ที่เรายังไม่เคยพูดเลยสักครั้ง ว่าเราเป็นแฟนกัน
เจ้าสาวของเพื่อนผม สวยๆ กันทั้งนั้น หน้าตาบางคนเทียบได้กับนางแบบหรือดาราทีเดียว เธอมักจะพูดทุกครั้งว่า อิจฉาเจ้าสาวเหล่านั้นเหลือเกิน
ถ้าเธอใส่ชุดเจ้าสาว เธอจะสวยเช่นเจ้าสาวเหล่านี้บ้างมั้ย เธอพูดพร้อมกับทิ้งรอยยิ้มเพ้อฝันไว้ ให้ผมเก็บมานึกถึงทุกครั้ง หลังงานเลี้ยงจบลง
รอยยิ้มของเธอ ดูชุ่มชื่นกว่าทุกครั้ง ที่เธอยิ้มให้ผม ดูสดใส เพ้อฝัน อย่างบรรยายไม่ถูก ผ่านไปนับร้อยกว่างานแต่งงาน จนผมคิดว่า มันถึงเวลาเสียที ที่ผมจะ เป็นเจ้าบ่าวบ้าง
ผมเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วตั้งแต่เมื่อคืน ผมตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ผมจึงลุกขึ้นมาเตรียมตัว ผมวาดภาพจินตนาการว่าผมเจอเธอ ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ . . .
เสื้อผ้าชุดเก่ง ดูเรียบร้อย และเหมาะกับรูปร่างอย่างผม . . . ให้เธอได้เอ่ยชมเสื้อของผม
น้ำหอมขวดใหม่ ที่ผมไม่ค่อยจะใช้นัก . . . ให้เธอประหลาดใจ และถามว่า \"วันนี้มีอะไรพิเศษหรือเปล่า\"
มือผมที่ทาโลชั่นอย่างดี . . . ให้มันนุ่มและคู่ควรพอที่จะกุมมือเล็กๆ ของเธอไว้ คำพูดสั้นๆ รวบรัด ที่ผมพร้อมจะบอกกับเธอ . . . ให้เธอยิ้ม และน้ำตาเอ่อเล็กๆ ดอกไม้สีขาวช่อเล็กๆ กลิ่นหอม . . . พร้อมกับ . . .
*แหวนแต่งงาน* สำหรับเธอ ผมไปหาเธอตามที่นัด ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ผมรอเธออยู่ที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ 1 ชั่วโมงผ่านไป . . . เธอไม่มา ผมยังรอ 2 ชั่วโมงผ่านไป . . . เธอไม่มา ผมก็ยังรอ 4 ชั่วโมง 12 นาทีผ่านไป . . . เธอไม่มา ผมชักกังวลแล้วสิ เกิดอะไรกับเธอหรือเปล่า 4 ชั่วโมง 27 นาที เสียงโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้น มันเป็นเบอร์โทรศัพท์ของเธอ
เสียงผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่คุ้นหูกำลังคุยกับผมอยู่ ผมถามถึงเธอ เขาบอกว่า เขาเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เธอถูกรถชน !
ขณะที่เธอกำลังถือดอกไม้สีขาวช่อหนึ่ง ข้ามถนนหน้าหมู่บ้านเธอ ที่โรงพยาบาล เธอกำลังอยู่ในห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน พยาบาลที่หน้าห้องสั่งห้ามเข้าเด็ดขาด
หลังจากนั้นพ่อกับแม่ของเธอ วิ่งมาถึงยังหน้าห้อง พร้อมกับถามไถ่ว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง
ผมตอบไม่ได้ ผมไม่มีคำตอบ และไม่มีแม้แต่เสียงที่จะตอบ มีแต่น้ำตาแห่งการรอคอย น้ำตาที่เป็นเครื่องขอพรพระเจ้าของผม ให้เธอปลอดภัย และออกมามอบรอยยิ้มให้ผมอย่างเคย
สองชั่วโมงผ่านไป พ่อกับแม่ของเธอนั่งรออย่างอ่อนล้า พ่อต้องคอยปลอบแม่ โอบไหล่ และเช็ดน้ำตาแม่เป็นระยะๆ
ผมมองเห็นภาพนั้นแล้ว น้ำตาผมแทบจะอดไม่ไหวที่จะหลั่งรินลงมา ไม่น่าเลย . . . ผมไม่น่าเรียกเธอออกมาวันนี้ ไม่อย่างนั้น เธอคงไม่ต้องมารับเคราะห์อย่างนี้ . . . ผมผิดเอง
ผมทรุดลงนั่งที่เก้าอี้บ้าง หลังจากที่เดินขวักไขว่มานาน แล้วผมก็เผลอหลับไป อย่างไม่รู้ตัว
ผมตื่นขึ้นมาไม่เห็นใคร ผมจึงถามกับพยาบาลที่เดินผ่านมาว่า คนไข้ในห้องอยู่ที่ไหน
เธอบอกว่า ต้องไปถามกับหมอที่รับผิดชอบคนไข้คนนี้ เธอพาผมไป หมอบอกผมว่า อาการเธอยังไม่ดีนัก ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่
เธอเสียเลือดมาก ซี่โครงเธอร้าว กระดูกชิ้นหนึ่งทิ่มปอด มีแผลฟกช้ำและถลอกตามตัวมากมาย และผ่านมากว่าครึ่งวันแล้ว เธอยังไม่ฟื้นเลย ผมขอเข้าไปเยี่ยมเธอ หมอจึงพาผมไป พ่อกับแม่เธอนั่งอยู่ในห้อง แม่ของเธอหลับ และกุมมือเธอไว้ข้างๆ เตียง
ส่วนพ่อของเธอนั่งอยู่บนโซฟา ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เมื่อพ่อของเธอเห็นผมเดินเข้ามา พ่อเข้ามาปลุกแม่ให้ผละออกจากเตียงมานั่งกับพ่อ
ผมจึงเข้าไปยืนอยู่ข้างๆ เตียงของเธอ เข้าไปกุมมือเธอไว้ และแล้วน้ำตาเจ้ากรรมก็ไม่สามารถห้ามไว้ได้ มันหยดลงมาช้าๆ อย่างกล้ำกลืน
ผมไม่อยากมีวันนี้ . . . วันที่คนที่ผมรัก จะต้องมานอนหลับใหลอย่างไม่รู้ชะตากรรมข้างหน้า
8 ปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยเงียบอย่างนี้เลย เธอคนนั้นของผม จะกลับมาคุยกับผมเมื่อไหร่ จะกลับมามอบรอยยิ้มนั้นให้กับผมได้ไหม ได้โปรด . . . กลับมาฟังคำที่ผมเตรียมไว้ได้ไหม
ในขณะที่ผมกำลังสิ้นหวังอย่างสุดขีด มือเล็กๆ ของเธอในอุ้งมือผม กระตุกขึ้น เธอเริ่มรู้สึกตัวช้าๆ รอยยิ้มของผมเผยออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้ ผมยิ้ม ยิ้มทั้งน้ำตา
ผมกดออดเรียกพยาบาลเข้ามา พยาบาลเข้ามาดูแล จัดการกับเครื่องต่างๆ แล้วพยาบาลก็กล่าวยินดีกับผม และพ่อกับแม่ของเธอ จากนั้นพยาบาลก็ถอยไปยืนข้างหลัง
ผมเรียกชื่อเธอ เธอยิ้ม ผมเห็นรอยยิ้มที่คุ้นเคยนั้น ผ่านเครื่องช่วยหายใจที่ปิดอยู่ พ่อกับแม่ของเธอด้านหลังลุกขึ้นมาอยู่อีกข้างหนึ่งของเตียง
เธอพยายามจะเอื้อมมือไปหาพ่อกับแม่ของเธอ แม่กุมมือเธอและร้องไห้โฮอีกครั้ง พ่อยืนอยู่ข้างหลัง ด้วยสีหน้าชุ่มชื่น และพยายามข่มน้ำตาอยู่
เธอหันมาหาผมอีกครั้ง เธอพยายามจะพูดอะไรบางอย่างกับผม แต่เธอพูดไม่ได้
ผมขอปากกากับกระดาษจากพยาบาล พยาบาลยื่นมาให้ ผมนำมันให้กับเธอ เธอใช้มือข้างซ้ายของเธอเขียน มือที่เธอไม่ถนัด เธอพยายามขีดเขียนบนกระดาษ
ผมอ่านได้ความว่า \"ชุดสวยดีนะ\"
. . . ผมยิ้มและมองหน้าเธอ และบอกกับเธอว่าผมเตรียมมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ
เธอเขียนบนกระดาษอีกครั้ง ครั้งนี้ ผมอ่านได้ความว่า \"ใส่น้ำหอม . . . มีอะไรพิเศษหรือเปล่า\"
ผมประหลาดใจ เธอยังจำได้ดีว่า ผมเป็นคนไม่ชอบใส่น้ำหอมเท่าไรนัก ผมยิ้ม พยักหน้าตอบรับ และใช้มือผมทั้งสองลูบไล้มือของเธอเบาๆ
เธอยังเขียนต่อ ผมอ่าน \"มือเธอนุ่ม . . . แปลก\" มันแปลกเพราะผมเป็นคนมือหยาบกร้านมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
เธอก็รู้ ผมน้ำตาไหลอีกแล้ว มันยั้งไม่อยู่ ทุกอย่างเกือบจะเป็นไปอย่างที่คิด แต่มันไม่ใช่ที่นี่ ! ไม่ใช่ตรงนี้ ! ที่ที่เธอต้องบาดเจ็บและทุกข์ระทม
เธอควรจะอยู่ในชุดสีขาว เธอควรจะยืนอยู่ และยิ้มกับผมใต้ต้นไม้ใหญ่ . . . . . ไม่-ใช่-ที่-นี่ . . . . .
ผมก้มลงไปหาเธอ และบอกกับเธอ คำพูดสั้นๆ ที่ผมเตรียมมาทั้งคืน ผมบอกกับเธอทั้งน้ำตา \"ผมรักคุณ แต่งงานกับผมเถอะ\"
ผมหยิบแหวนแต่งงาน สวมลงที่นิ้วเธอ
เธอยิ้ม ยิ้มทั้งน้ำตาเช่นเดียวกับผม สบตาผม อย่างจริงใจ ผมก้มลงไปจุมพิตที่หน้าผากของเธอ ลูบแก้มของเธอ
เธอพยายามเขียนอีกครั้งหนึ่ง ผมหยิบขึ้นมาอ่าน เธอเขียนยาวกว่าครั้งก่อนๆ \"คนที่ไม่สวย ไม่ดีพร้อมอย่างฉัน จะเป็นเจ้าสาวของเธอได้หรือ\"
ผมไม่ตอบเธอด้วยคำพูด แต่ผมยิ้มให้เธอและสบตาเธออีกครั้ง นี่แหละ . . . คนรักของผม คนที่ผมรักที่สุด เจ้าสาวของผม
ทุกอย่างดูเหมือนจะผ่านไปด้วยดี คืนนั้นผมต้องกลับบ้านเพื่อไปเคลียร์งานของวันต่อไป พรุ่งนี้ ผมจะได้อยู่กับเธอได้ทั้งวัน
พอวันรุ่งขึ้นมา ผมไปที่โรงพยาบาล หมอและพยาบาลที่ผมเจอเมื่อวาน วิ่งกันวุ่น ผมสงสัย
ผมมุ่งตรงไปที่ห้อง มือเอื้อมไปที่ลูกบิดประตู ผมได้ยินเสียงร้องไห้ เสียงแม่ของเธอ ผมไม่อยากคิด ผมไม่กล้าคิด หรือว่า . . . ผมเปิดเข้าไป ช้าๆ ผมเห็นภาพ ที่ผมไม่อยากเห็น
แม่ นอนร้องไห้อยู่บนร่างของเธอ
ผมเดินเข้าไปใกล้ๆ เข้าไปมองที่หน้าเธอ หน้าที่เมื่อวานยังยิ้มให้กับผมอยู่ แต่วันนี้ ไม่มีอีกแล้ว เธอเงียบไปอีกแล้ว แต่มันไม่เหมือนเมื่อวาน
หมอพูดแสดงความเสียใจกับผม ครั้งนี้ เธอจะไม่ฟื้นขึ้นมายิ้ม ไม่ฟื้นขึ้นมาพูด หรือแม้แต่จะเขียนข้อความถึงผม ผมสังเกตเห็น ที่มือของเธอ ไม่มีแหวนวงนั้น ที่ผมมอบให้
เธอถอดมันทิ้งไว้วางบนโต๊ะข้างๆ เตียง วางอยู่พร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่ง ผมหยิบขึ้นมาอ่าน เธอเขียนข้อความไว้ยาวเหยียด ถึงผม
\"ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกคำที่พูด ทุกสิ่งให้ ทุกรอยยิ้มที่ส่งมา ฉันอยากจะบอกมาตั้งนานแล้วว่า ฉันก็รักเธอ รักมากเสียจนไม่อยากเห็นเธอเสียใจ แต่ฉันไม่เคยกล้าที่จะบอก ฉันคิดมาตลอด ว่าเมื่อไหร่ ที่ฉันจะสวยมากเท่ากับคนอื่นๆ เหมือนเจ้าสาวคนอื่นๆ ที่ได้แต่งงานกับคนที่เขารัก เมื่อไหร่ที่ฉันจะสวยพอ คู่ควรพอ กับเธอ . . . ที่ฉันรัก ฉันอยากเป็นเจ้าสาวของเธอ ฉันอยากใส่ชุดเจ้าสาวสีขาวที่สวยงามดูสักครั้งในชีวิต แต่ฉันไม่อาจรับแหวนวงนี้ไว้ได้ เพราะฉันรู้ดี ว่ามันไม่เหมาะสมสำหรับฉัน แหวนวงนั้นมันมีค่ามากเกินไป สำหรับฉัน ฉันรับไว้ได้แค่เพียง ความรู้สึกดีๆ ที่เธอมีให้ ฉันรับได้เพียง คำพูดที่ฉันเฝ้ารอฟังจากเธอมาแสนนาน เท่านั้น . . . ที่ฉันต้องการ และฉันจะนำมันติดตัวไปทุกที่ ไม่ว่าฉันจะอยู่บนโลกใบนี้ หรือไม่ก็ตาม ฉันรักเธอ . . . ที่สุดแห่งความรักของฉัน ตลอดไป\"
ผมอ่านจบ น้ำตาของผมมันหยดลงบนกระดาษแผ่นนั้น ซึ่งมีคราบน้ำตาหยดหนึ่งอยู่แล้ว น้ำตาของเธอ ไม่น่าเลย . . . เธอคิดผิด นี่แหละ คือแหวนของเธอ คือความรัก คือสิ่งที่เธอ สมควรจะได้รับ
ผมตัดสินใจ และบอกกับพ่อกับแม่ของเธอให้เตรียมการอย่างหนึ่ง งานศพของเธอ ก่อนที่เขาจะนำเธอเข้าไปในโลงสี่เหลี่ยมนั้น
ผมขอว่า ให้เปลี่ยนชุดให้กับเธอ ผมสั่งซื้อชุดเจ้าสาวชุดหนึ่งให้กับเธอ แม่และน้องสาวของเธอ เปลี่ยนชุดให้กับเธอ พร้อมทั้งแต่งหน้าบางๆ ให้
บัดนี้ เธอนอนหลับใหลอยู่บนแผ่นไม้ ที่ห้อมล้อมด้วยดอกไม้ประดับ เธอสวมชุดเจ้าสาวสีขาวตามที่เธอหวัง สวมแหวนวงนั้น และนิทราอยู่อย่างเงียบสงบ
ใครว่าเธอไม่สวย . . . ใครว่าเธอไม่สวยเท่ากับเจ้าสาวคนอื่นๆ
ไม่ ! วันนี้ . . . เธอสวยที่สุด ไม่มีใครสวยเท่าเธอในสายตาผม
\"ผมรักเธอ . . . ที่สุดแห่งความรักของผม ตลอดไป\"
เมื่อก่อน . . . ผมบอกกับเธอว่า ผมรักเธอ
เพราะผมคิดว่า เธอไม่ได้สวยไปกว่าใคร ผมพอใจเธอ
ปัจจุบัน . . . บัดนี้ หลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไป
ผมบอกกับเธอว่า ผมรักเธอ เพราะผมคิดว่า ไม่มีใครสวยไปกว่าเธอ . . . . . . . อีกแล้ว
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
หยง ทีมงาน waiza.com
พี่ซ่า
 
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 281
เปงคนที่พอดีแต่เปงคนที่ม่ายดีพอ
|
 |
« ตอบ #114 เมื่อ: 17 มีนาคม 2010 » |
|
14 กุมภา วันวาเลนไทน์ สำคัญฉไหน?
วันที่ 14 กุมภา ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เหมือนคนทั่วไป กุหลาบ ช็อคโกแลต คำบอกรัก สามสิ่งนี้ต้องเวียนเข้ามาหาชีวิตผมเพื่อให้คนคนหนึ่ งทุก ๆ ปีในวันนี้
ก่อนวันที่ 14 กุมภา
ผมเดินออกจากบ้าน ในมือมีผ้าเช็ดหน้าสีชมพูที่ต้องการเอาให้แฟนของผม เธอเป็นหญิงสวยมาก เป็นดาวคณะของมหาลัยของเรา
ก่อนผมจะออกไปพบเธอ เธอโทรมาหาผม ผมจึงวางผ้าเช็ดหน้าที่ผมบรรจงพับไว้บนโต๊ะ
หลังจากการพร่ำบอกรักกันด้วยถ้อยคำหวานหูเป็นเวลานาน ทีเดียว ผมปรี่ออกจากบ้านไปหาเธอ โดยไม่ลืมผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น
ผมเห็นพ่อของผมถือมันออกมา ในผ้าผืนนั้นมีรอยเลือด "พ่อ ทำอะไรหนะ" ผมโพล่งถามด้วยความโมโห
พ่อหน้าซีดทันที " นายเหมียวหนะ มันโดนกัด พ่อเลยเอาผ้าไปเช็ดเลือด" "พ่อรู้ไหม ผมกำลังจะเอาไปให้แฟน ไ
พ่อเงียบ ผมเกลียดจริงๆ เวลาพ่อเงียบเมื่อจนกับปัญหา ความโหโหสั่งผมให้ทำได้แม้กระทั่งจะตบหน้าพ่อ
พ่อเบือนหน้า "พ่อขอโทษ มานี่....." พ่อยื่นมือมารับผ้าเช็ดหน้า "พ่อจะเอาไปซักให้เอง"
ผมงอนพ่อถึงกับไม่ยอมคุยกับพ่อเป็นเวลานานพอควร ไม่ยอมลงจากบ้าน เป็นเวลาเกือบทั้งสองวันที่ผมไม่เจอหน้า ใคร หมกตัวอยู่กับห้อง มีเพียงแม่เท่านั้นที่คอยส่งข้าวให้ผม
ยามเมือ่ผมมองตาแม่ครั้งใดทุกครั้ง ดวงตาแม่จะแดงปรี่ด้วยน้ำตา ผมเริ่มรู้สึกว่า บางทีผมอาจจะทำเกินไป
14 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่ครั้งที่ผมเห็นแม่เสียใจ ผมก็รู้สึกว่าผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่า ผมยอมออกมาจากห้อง
ผมไม่เห็นพ่อ เดินออกมาที่บริเวณลานซักผ้า กาละมังยังมีผ้าที่ยังไม่ซักหลายผืน ข้างๆ มีกองเลือดอยู่ และที่ราวตากผ้ามี ผ้าเช็ดหน้าของผม ถึงจะล้างรอยเลือดไม่หมด ก็ยังดีที่พ่อยังห่วงใยผม ยังแคร์ผมอยู่
พ่อ ผมอยากขอโทษครับ
หันหน้าจะกลับเข้าบ้าน ก็พบกับแม่ แม่ร้องไห้มาแต่ไกล วิ่งมากอดผม " พ่อเสียแล้วนะ "
ผมอึ้ง
แม่ลำดับเหตุการณ์ และทำให้ผมทราบว่า พ่อป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจติดเชื้อ รอยเลือดที่เห็นนั้นคือเลือดที่พ่อจาม ออกมา พ่อมองไม่เห็น "พ่อกำชับแม่มาตอนที่ลูกโกรธว่า อย่าบอกลูกเด็ดขาดว่าพ่อป่วย " "ทำไมล่ะครับ" "พ่อกลัวเราจะเสียใจ แล้วไม่ได้ออกไปเที่ยวกับแฟน"
ผมอึ้งเป็นครั้งที่สอง "พ่อบอกแม่ด้วยว่า ถ้าพ่อเสียวันนี้ อย่าเพิ่งบอกลูก ให้ลูกไปเที่ยวกับแฟนก่อน พ่อไม่อยากให้ลูกเป็นทุกข์ พลาด โอกาสอย่างนี้เพราะพ่อคนเดียว พ่อบอกด้วยว่าพ่อซักผ้าเช็ดหน้าให้แล้ว มันไม่สะอาดหรอก แต่พ่อบอกว่าพ่อของลูกทำ ดีที่สุดแล้ว"
ผมกอดแม่ ร้องไห้ วันนี้จะเป็นวันวาเลนไทน์ที่อยู่ในความทรงจำตลอดไป
พ่อครับ ผมขอโทษ....... [/b] [/size]
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
หยง ทีมงาน waiza.com
พี่ซ่า
 
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 281
เปงคนที่พอดีแต่เปงคนที่ม่ายดีพอ
|
 |
« ตอบ #115 เมื่อ: 17 มีนาคม 2010 » |
|
บทความซึ้งๆ อย่าสัญญากับใคร ถ้าคุณทำไม่ได้ บอกเพื่อนด้วย Link: หมวด: ความรัก, บทความ, เพ้อ-บ่น เด็กสาวตาบอดคนหนึ่งเกลียดตัวเองที่มองอะไรไม่เห็น เธอเกลียดทุกคนยกเว้ณแฟนหนุ่มของเธอ วันหนึ่งเธอบอกกับเขาว่า ถ้าเธอมองเห็นเธอจะแต่งงานกับเขา
แล้ววันหนึ่ง โชคก็เดินทางมาถึงมีคนบริจาคดวงตาให้เธอ เธอจึงมองเห็น ทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งแฟนของเธอ เขาจึงถามเธอว่า “ตอนนี้เธอมองเห็นแล้ว เธอจะแต่งงานกับฉันไหม”
เด็กสาวตกใจมากที่เห็นว่าเขาตาบอด เธอตอบเขาว่า “ขอโทษนะฉันแต่งงานกับเธอไม่ได้หรอก เพราะเธอมันตาบอด”
แฟนของเธอเดินจากไปทั้งน้ำตา เขาบอกกับเธอว่า “งั้นช่วยดูแลดวงตาของฉันให้ดีก็แล้วกันนะ”
อ่านจบแล้วรู้สึกว่าคำสัญญา ถ้าเราทำไม่ได้ตามที่เราสัญญา อย่าสัญญากับใครเลยดีกว่าค่ะ :) (ที่มา : E-mail)
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
pup1357
เริ่มซ่า
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 20
|
 |
« ตอบ #117 เมื่อ: 11 พฤษภาคม 2010 » |
|
ขอบจายจร้า
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
pup
|
|
|
หยง ทีมงาน waiza.com
พี่ซ่า
 
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 281
เปงคนที่พอดีแต่เปงคนที่ม่ายดีพอ
|
 |
« ตอบ #118 เมื่อ: 05 มิถุนายน 2010 » |
|
คนที่เรารัก.....คือคนที่ใช่สำหรับเรา
แต่บางครั้ง.....เรากลับรู้สึกว่าเขาไม่ใช่
คนที่เรารัก.....คือคนที่เราคิดว่าเรารู้จักเขาดี
แต่แท้จริงแล้ว....เรากลับไม่รู้จักเขาเลย
คนที่เรารัก......คือคนที่เราพร้อมจะเป็นผู้ให้
แต่สิ่งที่เราให้.....เขากลับไม่เคยมองเห็นสิ่งที่เราให้ไป
คนที่เรารัก........คือคนที่เราอยู่ด้วยเวลามีความสุข
แต่เวลาเราทุกข์.....เรากลับมองหาเขาไม่เจอ
คนที่เรารัก....คือคนที่เราใส่ใจทุกเวลา
แต่ที่แย่กว่าคือ.....ตลอดมาเขาไม่ได้ "รักเรา"
คนที่เรารัก .......คือคนที่เราเพียงมองผ่าน
แต่เขา.......กลับมองเราอย่างใส่ใจ ดูแล
คนที่เรารัก .....คือคนที่เราไม่พยายามทำความรู้จัก
แต่เขา.....กลับพยายามทำความรู้จักเรา
คนที่เรารัก .....คือคนที่เราไม่เคยให้ความสำคัญมากมาย
แต่เขา.....กลับให้ในสิ่งที่ล้วนมีค่ามีความสำคัญกับเรา
คนที่เรารัก ......คือคนที่เราไม่เคยเห็นหน้าเวลาเราสุข
แต่เวลาทุกข์......เขากลับเป็นเหมือนเงาคอยเฝ้าตาม
คนที่เรารัก .....คือคนที่เราไม่เคยนึกถึง
แต่มีสิ่งหนึ่ง.....บอกให้รู้ว่า......"เขารักเรา"
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
dayiam
|
 |
« ตอบ #119 เมื่อ: 05 มิถุนายน 2010 » |
|
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
หยง ทีมงาน waiza.com
พี่ซ่า
 
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 281
เปงคนที่พอดีแต่เปงคนที่ม่ายดีพอ
|
 |
« ตอบ #120 เมื่อ: 06 มิถุนายน 2010 » |
|
เรื่องเล่าน่าอ่าน “หมาขี้เรื้อน” เปลี่ยนคนใจดำ บอกเพื่อนด้วย Link: หมวด: บทความ, บทความดีๆ, บทความสอนใจ, นิทานสอนใจ, เรื่องดีๆ, เรื่องเล่า, เรื่องเล่าสอนใจ เรื่อง มีอยู่ว่า พี่ชิตแกเป็นคนใจดำครับชอบยิงนกตกปลาไปเรื่อย แต่ที่หนักก็คงเป็นเนื้อหมา แกกินแหลกครับแต่ แม่แกบอกมันบาปนะลูก(ไม่สนโว้ย)
เมื่อราว 15 ปีก่อน มีเหตุการณ์ที่ทำให้แกเปลี่ยนไป ครั้งนั้นมีหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่งครับมันมักวิ่งไปหาของกินแถวๆบ้านแกบ่อย เพราะบ้านแกติดตลาด พี่แกกินหมาอยู่บ่อยๆแต่ กรณีหมาขี้เรื้อนแกบอก ‘xxxกินไม่ลงว่ะ’
แกทำอย่างเดียวคือไล่ฆ่า แต่มันรอดได้ทุกครั้ง (สงสัยมีของ) มันไปหาของกินทีบางทีก็ได้บางทีก็ไม่ได้
คราวนั้นเนื้อแห้งที่แกตากไว้หายไป พอมองไปก็เห็นแม่หมาขี้เรื้อนวิ่งหลุนๆไป แกเดือดทันทีครับวิ่งตามไป คราวนี้ทันครับเพราะหมา ขี้เรื้อนวิ่งช้ามาก
แก ทุบไปทีเดียวหมานั่นล้มลงชักทันที (แกบอกว่าหากตีตรงจุดแค่ไม้บรรทัดก็ตาย) แกทิ้งไว้ตรงนั้นไม่อยากจับแต่ จะทำกินตรงนั้น จึงกลับบ้านไปเตรียมของ (แค้นจัดอยากกินหมาขี้เรื้อน) ให้ผมเฝ้าไว้
ผมก็มัวแต่เก็บตะขบจนลืมดู (ในใจอยากให้มันรีบไปจะได้ไม่ตาย) มันไปจริงครับหายวับไป พี่ชิตแกโกรธมากคงอยากเตะผมเต็มแก่ แต่ลุงผม แกเป็นนักเลงใหญ่และเป็นคนสอนวิธีฆ่าหมาให้
ก็ต้องวิ่งตามอย่าง เดียวพร้อมบ่น ‘ทำไมมันไม่ตายวะ’
พักหนึ่งก็ได้ยินเสียงหมาเห่า แกตามทันทีพอไปถึง ภาพที่เห็น ……………………………………….
หมา ขี้เรื้อนกำลังจะตายมันมีลูกที่ต้องเลี้ยง 5 ตัวครับ วัยกำลังหย่านมบางตัวยังกินนมอยู่ บางตัวก็วิ่งไปคาบเนื้อที่แม่หมาขี้เรื้อนคาบไปฝาก (เห็นกับตา) ที่มันยังไม่ยอมตายเพราะต้องกลับไปให้นมลูก แม้น้ำนมแห้งกรัง เอาอาหารไปให้ลูกมัน เรียกลูกๆเพื่อให้นม ให้อาหาร เป็นครั้งสุดท้าย แม่หมาพยายามอย่างดีที่สุด
มันมองผมกับพี่ชิตอย่างขอร้อง ขอให้มันให้นมลูกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตาย
ไม่อยากเชื่อนั่น คือน้ำตาของหมาขี้เรื้อน มันแค่ต้องการให้นมลูกก่อนตาย
พี่ชิตไม้ หล่นลงกับพื้น เดินเข้าไปดูแม่หมานั่น ในยามนั้นสิ่งที่แกเห็นไม่ใช่หมาขี้เรื้อน
แต่ แกเห็นแม่ที่ยิ่งใหญ่ที่ทนเจ็บกลับไปหาลูก แกไม่พูดอะไรทุกอย่างจุกอยู่ ที่ลำคอสายตาอ่อนโยนลง
ลูกหมาตัวหนึ่งวิ่งไปหาแกกระดิกหางให้ แกอุ้มลูกหมาขึ้นพร้อมพูดว่า ‘ขอโทษ’ พูดได้แค่นั้นแม่หมาก็ตาย เราช่วยกันฝังแม่หมา
แกรับเลี้ยงหมานั่น ไว้ ทั้ง5ตัวตั้งแต่นั้นแกกลายเป็นคนใจดีไม่ไล่ยิงนกยิงหมายิงแมวอีกแกบอก ‘มันอาจมีลูกรออยู่ก็ใด้’
เมื่อ 12 สิงหา 2 ปีที่แล้ว แกเอามะลิร้อยเป็นพวงไปให้แม่ทั้งๆที่ไม่เคยทำ พูดกับแม่ว่า ‘แม่ตอนผมอายุ16 แม่สอนผมยังไงนะสอนอีกหนใด้ไหมครับ’
แม่แกน้ำตาคลอพูดไม่ออก ไม่อยากเชื่อแม่หมาขี้เรื้อนตายไป1ตัว กลับทำให้คนใจดำอย่างแกเปลี่ยนไป ขนาดนี้
รักแม่ . . .
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
หยง ทีมงาน waiza.com
พี่ซ่า
 
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 281
เปงคนที่พอดีแต่เปงคนที่ม่ายดีพอ
|
 |
« ตอบ #121 เมื่อ: 06 มิถุนายน 2010 » |
|
บทกลอนดีๆ น่าอ่าน “ถามว่าความรักเป็นเรื่อง ยากหรือง่าย” บอกเพื่อนด้วย Link: หมวด: ความรัก, กลอนสอนใจ, บทความ, บทความความรัก, บทความรัก, บทกลอน, บทกลอนดีๆ ถามว่าความรักเป็นเรื่อง ยากหรือง่าย จะมีใครที่ตอบว่าง่าย ไม่มีสิ่งใดยาก ทุกคนเมื่อมีรัก ความรู้สึกย่อมลำบาก ต้องผ่านช่วงเวลายากๆ เพื่อปรับความเข้าใจ
ความรักของฉันเองก็เช่น กัน บางคืนวัน หยดน้ำตาก็รินไหล ความรู้สึกเป็นสีเทา เพราะเราไม่เข้าใจ หากที่สุดก็ผ่านมันมาได้ ทุกที
ความรักไม่ใช่เรื่องง่าย รักคือเรื่องยาก แต่ฉันก็เชื่อในความรัก จนถึงวันนี้ และเป็นเรื่อง ยากเรื่องเดียวในชีวิต ที่เต็มใจมี คือเรื่องเดียวในชีวิตที่… ทำให้อยากหายใจ
ความรักมีทั้งสุข และทุกข์ ปะปนกันไป … แต่ถึงอย่างไร ความรัก คือ เรื่องที่สำคัญ ที่สุดในชีวิต จริงไหมคะ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
|
หยง ทีมงาน waiza.com
พี่ซ่า
 
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 281
เปงคนที่พอดีแต่เปงคนที่ม่ายดีพอ
|
 |
« ตอบ #124 เมื่อ: 06 มิถุนายน 2010 » |
|
ห่วงใยไถ่ถามถึง” บอกเพื่อนด้วย Link: หมวด: ความรัก, กลอน, กลอนซึ้งๆ, กลอนหวานๆ, กลอนรัก, บทความ สะกิด เอากลอนขอบคุณ มาฝากจ้า
ขอขอบคุณ.. ความห่วงใยไถ่ถามถึง ขอขอบคุณ.. ความคำนึงตรึงใจฉัน ขอขอบคุณ.. ความจริงใจในสัมพันธ์ ขอขอบคุณ.. ความรักมั่น..นิรันดร..
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
หยง ทีมงาน waiza.com
พี่ซ่า
 
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 281
เปงคนที่พอดีแต่เปงคนที่ม่ายดีพอ
|
 |
« ตอบ #125 เมื่อ: 06 มิถุนายน 2010 » |
|
555+
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|