หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ตามฝัน ฝ่าลมหนาว บนยอดเขาหินแกรนิต “คินาบาลู”  (อ่าน 1279 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tote
วัยซ่า
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,745


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 04 พฤศจิกายน 2008 »


ตะลอนเที่ยว
Source - เว็บไซต์แนวหน้า (Th)

          ตามฝัน ฝ่าลมหนาว บนยอดเขาหินแกรนิต “คินาบาลู”

          วันนี้เวลานี้ พื้นที่บนหน้าสื่อฯ ทุกสำนักอัดแน่นไปด้วยเรื่องเลือกตั้งและการชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แน่นอน สำหรับคนบ้าอำนาจ อำนาจมันยิ่งกว่ายาเสพติด มันหอมหวลเย้ายวนใจจนเกินห้ามได้ ดังนั้นใครหลายคนจึงยอมทิ้งความสุขของชีวิตและกระโจนสู่สงครามแห่งอำนาจ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่า “ยิ่งสูง ยิ่งหนาว”

          แต่แฟนพันธุ์แท้ของตะลอนเที่ยว ไม่ใช่คนบ้าอำนาจแน่นอน และยิ่งได้ยินเรื่องที่ท่องเที่ยวที่สูงๆหนาวๆแล้วก็อยากจะไปสัมผัสโดยด่วน เพื่อชดเชยกับการที่ต้องทนอยู่ในเมืองร้อนที่สุดจะสับสน ถ้าเช่นนั้น เราทิ้งเมืองที่แสนวุ่นวายสักวันสองวัน แล้วไปหาความสงบเงียบบนภูเขาที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่คินาบาลูกันดีกว่า

          คินาบาลู อยู่ที่ไหน

          ยอดเขาสูง 4,095เมตร ของ Mount Kinabalu (คินาบาลู) ตั้งอยู่ในเขตรัฐซาบาร์ เกาะบอร์เนียว ประเทศมาเลเซีย ที่แห่งนี้องค์การยูเนสโก ยกให้เป็นมรดกโลกด้วย

          จุดเด่นของอุทยานคินาบาลู คือเป็นภูเขาหินแกรนิตที่สูงที่สุดในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

          ยอดสูงสุดของคินาบาลูชื่อ Low’s Peak (พิลึกไหม ชื่อ low แต่กลับสูงที่สุด) เป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์และหลากหลายทางชีวภาพ มีพันธุ์ไม้แปลกตาซึ่งบ้านเราไม่เคยมี เช่น หม้อข้าวหม้อแกงลิงพันธุ์ราชา ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ป่าไม้แคระรูปทรงสวยแปลกตา กล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ และสัตว์หายากเฉพาะถิ่น เช่น ลิงจมูกยาว

          ลุยฝ่าสายหมอก สู่ยอดขุนเขา

          จากใจกลางเมืองรัฐซาบาร์ ไปถึงอุทยานแห่งนี้ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แม้ท่านจะมีรถยนต์ที่ดีเพียงใดก็ต้องใช้เวลาประมาณนี้ เพราะกฎหมายมาเลเซียจำกัดความเร็วไว้ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อเข้าใกล้เขตอุทยานฯ เราจะพบความงดงามของยอดเขาคินาบาลู ที่ตระหง่านอยู่กลายทะเลหมอก เมื่อเทียบกับภูเขาน้อยใหญ่ที่โอบล้อมเรียงรายอยู่เคียงข้างแล้ว ยิ่งทำให้ภาพของคินาบาลู โดดเด่นสะดุดตา

          ขอแนะนำว่า ควรติดต่อจองที่พักให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง เพื่อเลี่ยงปัญหาไม่มีที่นอน โดยสามารถติดต่อกับการท่องเที่ยวมาเลเซียหรือบริษัททัวร์ในบ้านเราก็ได้ เพราะการขึ้นคินาบาลูต้องใช้ลูกหาบเพื่อขนสัมภาระขึ้นไปด้วย แต่หากไม่ต้องการก็เชิญแบกขึ้นไปเอง

          นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินเท้าสู่ยอดเขาคินาบาลู ต้องมีไกด์ประจำกลุ่ม และมีลูกหาบตามไปด้วย ค่าจ้างลูกหาบคิดประมาณ 9 ริงกิต (ประมาณ 90 บาท) ต่อ 1 กิโลกรัม ดูจะแพงไปสักหน่อย แต่ก็จ่ายไปเถอะ ออมแรงเอาไว้ไต่เขาจะดีกว่า

          เริ่มต้นจากที่ทำการอุทยานฯ เราต้องนั่งรถไปยังจุดเริ่มต้นเดินเท้า ซึ่งห่างไปประมาณ 4 กิโลเมตร แล้วเริ่มเดินที่ความสูงประมาณ 1,866 เมตร ทางเดินคล้ายกับทางขึ้นภูกระดึง แต่สิ่งที่แตกต่างคือทุกๆ ครึ่งกิโลเมตรจะมีศาลาที่พัก มีแทงค์น้ำสำหรับเติมน้ำดื่ม และมีห้องน้ำไว้คอยบริการ

          และเราจะได้สัมผัสสภาพป่าที่เปลี่ยนแปลงไปตามความสูง ยิ่งสูงมากขึ้น อากาศก็ยิ่งเย็นและชื้น ตลอดระยะทางทุกๆครึ่งกิโลเมตรจะมีป้ายบอกว่าเราเดินมากี่กิโลเมตรแล้ว เส้นทางบางช่วงชันมากแต่จะมีบันไดช่วยผ่อนแรงเรานิดหนึ่ง แนะนำว่าเมื่อเดินแล้วไม่ควรหยุดพักนาน เพราะจะทำให้ไม่อยากเดินต่อ เวลาเดินก็ให้หายใจยาวๆ สูดอากาศให้เต็มปอด เมื่อรู้สึกเหนื่อยก็จิบน้ำบ่อยๆ แต่อย่าดื่มมากเกินไป เพราะจะจุกท้อง

          ระหว่างเดินทาง รับรองว่าท่านจะเหนื่อยแสนเหนื่อย แต่ก็จะตื่นตาตื่นใจกับทิวทัศน์ที่แสนสวยของป่า ป่าจะเริ่มเปลี่ยนเป็นป่าแคระผืนใหญ่ที่มีต้นไม้สวยแบบแปลกๆ เหมือนเดินอยู่ในดินแดนเทพนิยาย ความสวยของธรรมชาติจะช่วยให้ลืมความเหนื่อยได้ราวปลิดทิ้ง

          จุดมุ่งปลายทางของเรา คือ Laban Rata Rest house ที่ตั้งอยู่บนระดับความสูง 3,272 เมตร เราจะพักกันที่นี่หนึ่งคืน ก่อนจะบุกไปพิชิตยอดเขาคินาบาลูในวันรุ่งขึ้น

          ไต่ฝันฟันฝ่าสู่ยอดสูงสุด

          ตีสองครึ่งของวันใหม่ เราจะเริ่มเดินเท้าขึ้นสู่ยอดสูงสุดที่ชื่อ Low’s Peak ความสูง 4,095 เมตร จากจุดนี้เหลือระยะทางอีกประมาณ 2 กิโลเมตรครึ่งเท่านั้น เราก็จะพิชิตยอดเขาคินาบาลูได้แล้ว

          แต่บางวันจะมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปบนยอด Low’s Peak กันค่อนข้างมาก ดังนั้นทุกคนจะต้องเดินต่อแถวกันเป็นขบวนรถไฟ

          อ้อ! เกือบลืมบอกไป ท่านต้องนำไฟฉายแบบคาดศีรษะติดตัวไปด้วยนะ เพราะจำเป็นที่สุด โดยเฉพาะเวลาไต้ทางสูงชันในเวลาค่ำมืด จะได้มองเห็นทางเดินได้ชัดๆ

          อากาศบนนี้หนาวเย็นสุดๆ แถมอากาศที่ใช้หายใจก็ค่อนข้างเบาบางทำให้เหนื่อยหอบง่าย อาการที่เกิดบนระดับความสูงประมาณ 3,900 เมตร คือ หาวนอนบ่อยๆ เพราะอากาศน้อยผสมกับความเหนื่อยล้าของร่างกาย แต่อีกไม่นานแล้ว เราก็จะไต่ถึงความสูง 4,095 เมตร นั่นคือเราถึง “Low’s Peak” แล้ว เฮ้อ! มาถึงจนได้ แล้วท่านจะอุทานว่า สวยจริงๆ ไม่ขึ้นมาเสียดายแย่เลย

          ความเหนื่อยหายไปสิ้นเมื่อได้ชมทิวทัศน์อันวิเศษที่สุดลูกหูลูกตา เราจะเห็นเทือกเขาสลับซับซ้อนเป็นแนวยาว เห็นยอด South Peak อยู่ไกลลิบ บางจุดจะมองเห็นทะเลไกลโพ้นราวว่าอยู่สุดขอบฟ้า แต่ที่พลาดไม่ได้คือ ต้องไปถ่ายรูปคู่กับป้ายบอกความสูงของยอด Low’s Peak 4,095.2 เมตร

          Tip เตรียมตัวก่อนปีนเขาคินาบาลู

          - ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อย 1 เดือนล่วงหน้า และฝึกหายใจช้าๆลึกๆ

          - เตรียมอุปกรณ์กันหนาวไปให้พร้อม

          - อย่าลืมนำไฟฉายแบบมีสายคาดหัวไปด้วย

          - พกหยูกยาประจำตัวไปให้ครบ ติดยาแก้แพ้ไปด้วยจะดีมาก

          - เตรียมขวดน้ำชนิดพกพาติดตัวได้เอาไปด้วย

          - เตรียมรองเท้าเดินป่า ปีนเขาไปด้วย อย่าลืมพกถุงเท้าหนาๆไปหลายๆคู่นะ

          เดินทางไปโดยวิธีไหน

          เท่าที่ทราบในช่วงนี้จะมีเฉพาะแอร์เอเชียสายเดียวที่บินตรงจากกรุงเทพฯสู่โคตาคินาบาลู ใช้เวลาบินประมาณ 2 ชั่วโมง

          ขอแนะนำว่าคืนแรกควรจะพักที่ใจกลางเมืองคินาบาลูก่อน เพื่อจะได้มีโอกาสสำรวจมนต์เสน่ห์และสร้างความคุ้นเคยกับการมาเยือนครั้งแรก เมืองนี้มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติหลากหลาย ทั้งป่าเขาและทะเล แต่เราจะไม่เห็นตึกสูงใหญ่เบียดเสียดกัน ผู้คนที่เมืองนี้ นับถือศาสนาแตกต่างกันไปแต่อยู่รวมกันโดยสงบสันติ

          เที่ยวเล่นชมเมืองพอหอมปากหอมคอ เสร็จแล้วให้รีบกลับที่พัก เพื่อจะได้มีเวลาแยกสัมภาระที่จำเป็นสำหรับเดินทางขึ้นภูเขาโกตาคินาบาลูในวันรุ่งขึ้น แนะนำว่าอะไรไม่จำเป็นก็ไม่ต้องแบกไปให้หนักและเสียค่าแบก เพราะลูกหาบเขาคิดค่าแบกเป็นกิโลกรัม
บันทึกการเข้า
tosnatoa
วัยซ่า
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,119


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 11 พฤศจิกายน 2010 »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ
บันทึกการเข้า

[
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: