หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: จิ๋นซีฮ่องเต้ ทรราชหรือมหาราช?  (อ่าน 626 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tot
พี่ซ่า
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 157


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2008 »


คอลัมน์: ถึงไหนถึงกัน: จิ๋นซีฮ่องเต้ ทรราชหรือมหาราช?
Source - ผู้จัดการรายวัน (Th)

          ฝรั่งเขาแบ่งสิ่งมหัศจรรย์ของโลกออกเป็น 7 สิ่ง ตามแต่ละยุคด้วยกัน (รวมถึงยุคใหม่ (ล่าสุด) ที่ใช้การโหวต) แต่แล้วจู่ๆ วันหนึ่งที่เมืองจีน กลับบอกว่าโลกนี้มีสิ่งมหัศจรรย์ลำดับ 8 ถือกำเนิดขึ้นมา
          เนื่องจากในวันที่ 29 มีนาคม ค.ศ. 1974 "หยังจื้อฟา" ชาวนาแห่งหมู่บ้านซีหยัง ได้ขุดพบกรุ "สุสานทหารดินเผา" หรือ "สุสานจิ๋นซี" เข้าโดยบังเอิญ ณ เชิงเขาหลีซันที่อยู่ห่างจากตังเมืองซีอันไปประมาณ 35 กิโลเมตร ซึ่งเมื่อเปิดพื้นดินลงไปเต็มไปด้วยรูปปั้นกองทัพทหารดินเผา ม้า อาวุธ ยังสร้างความตื่นตะลึงแก่ผู้พบเห็น
          หลังจากนั้นสุสานจิ๋นซี ก็ได้รับการพัฒนาบริหารจัดการให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งแห่งเมืองซีอัน (เมืองหลวงมณฑลส่านซี) โดยมีตำแหน่งมรดกโลก ปี ค.ศ. 1987 การันตีในคุณภาพ
          1...
          แรกที่ตีตั๋วเดินเข้าเขตสุสานจิ๋นซี มองภายนอกผมเดาไม่ออกว่าใต้อาคารหลุมขุดค้นทรงธรรมดาๆ แข็งๆ ทื่อๆ จะมีสิ่งมหัศจรรย์ซ่อนอยู่ แต่เมื่อได้เข้าไปชมและฟังไกด์สาวจีน หมวยอินเตอร์ อธิบายความแล้ว ตำแหน่งสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลกดูจะไม่เกินเลยไปแม้แต่น้อยสำหรับสุสานแห่งนี้
          หมวยอินเตอร์ เธอบอกกับผมว่า จิ๋นซีฮ่องเต้ (259-210 ก่อน ค.ศ.) สร้างกองทัพหุ่นทหารดินเผาขึ้นมาเพื่อให้หุ่นทหารเหล่านี้ตามไปรับใช้และปกป้องในปรโลกด้วย เหตุนี้จิ๋นซีฯ จึงสร้างหุ่นทหารแต่ละตัวให้มีขนาดเท่าคนจริง ในชุดตำแหน่งจริง ใบหน้าเสมือนจริง พร้อมจัดทัพแบบของจริงซึ่งเท่าที่สำรวจพบในปัจจุบัน มีหลุมขุดค้นทั้งหมดอยู่ 8 หลุมด้วยกัน แต่ว่าทางการจีนเขาเปิดให้ชมเพียง 3 หลุม เพราะทางการจีนยังไม่อยากขุดค้นเพิ่ม เนื่องจากยังหาวิธีรักษาสีของหุ่นให้คงสภาพเดิมหลังเปิดปากหลุมไม่ได้
          "แรกที่ขุดหุ่นขึ้นมาใหม่ๆ ทหารแต่ละนายจะสวมชุดสีสันสดใส มีทั้งสวมเสื้อสีชมพู สวมกางเกงสีเขียว สีฟ้า แต่ว่าพอถูกแสงกับอากาศ สีของหุ่นก็เลือนหายกลายเป็นสีนเผาอย่างที่เห็นกันในทุกวันนี้"
          ไกด์หมวยอินเตอร์บอกยังงั้น ก่อนพาผมเดินไปชมหลุมขุดค้นแรก ที่ถือเป็นไฮไลต์ หลุมนี้เป็นพวกแนวหน้าหน่วยกล้าตายหรือที่บ้านเรานิยมเรียกว่า "ทหารเลว" ในนี้มีหุ่นทหารทำท่าถืออาวุธ จำพวกหอก ดาบ กว่า 6,000 นาย (ปัจจุบันไม่มีอาวุธในมือแล้ว) ยืนเรียงแถวจัดทัพเป็นระเบียบพร้อมชุดประจำยศในท่าทางพร้อมรบทัพจับศึกเต็มที่
          หลุมที่สอง มีหุ่นพลรบประมาณ 1,000 นาย กับขบวนหุ่นม้าศึกและรถม้า และส่วนที่ยังไม่ได้ขุดค้น
          หลุมที่ 3 มีทหารที่ขุดแล้ว และรถม้า ม้าศึก รวมกันประมาณ 70 ตัว รวมถึงซากกระดูกสัตว์ที่ว่ากันว่าเป็นเครื่องบูชายัญในพิธีศพโบราณ และส่วนที่เหลือยังไม่ได้ขุดขึ้นมารวมถึงตู้โชว์หุ่นดินเผาที่ดูสมบูรณ์ในรายละเอียดในลักษณะท่าทางที่แตกต่างกันอีกหลายตัว
          นอกจากหลุมขุดค้นแล้วที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเอาของดีในยุคจิ๋นซีฯ (ราชวงศ์ฉิน) เอาไว้มากมาย อาทิ อาวุธโบราณข้าวของเครื่องใช้ เครื่องประดับ สร้อย กำไล และรถม้าออกศึกสำริด (เล็กกว่าของจริงหนึ่งเท่า) ที่ถือเป็นไฮไลต์ของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการการใช้เหล็กในสมัยราชวงศ์ฉินได้เป็นอย่างดี

          2...
          ก่อนที่จะมีโอกาสไปเยือนสุสานจิ๋นซี เมืองซีอัน ผมรู้จักฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่พระองค์นี้ผ่านภาพยนต์ หนังสือ อาทิ เจาะเวลาหาจิ๋นซี ฮีโร่ และหนังสารคดีอื่นๆ
          ครั้นเมื่อมีโอกาสเข้าไปเที่ยวในสุสานจิ๋นซี ก็ยอมรับโดยดุษณีว่า นอกจากชีวิตอันเพริศแพร้วพิสดารของฮ่องเต้พระองค์นี้แล้ว สิ่งที่จิ๋นซีฮ่องเต้กระทำไว้ก็ดูเพริศแพร้วพิสดารไม่แพ้กัน
          สำหรับเรื่องราวมันมีอยู่ว่า ปลายรัชสมัยจ้านกว๋อแผ่นดินจนีนเต็มไปสงครามช่วงชิงความเป็นใหญ่แบ่งออกเป็น 7 รัฐใหญ่ๆ คือ หาน จ้าว เว้ย ฉู่ เยียน ฉี และฉิน
          รัฐฉิน ยุคนั้นถือว่าทุรกันดารและล้าหลังที่สุดกระทั้ง "อิ๋งเจิ้ง" ขึ้นครองบัลลังก์ (246 ปี ก่อน ค.ศ.) ตั้งแต่อายุ 14 ปี อิ๋งเจิ้งได้ใช้กลยุทธ์ต่างๆ ทั้งด้านดีและด้านต่ำช้าจนสามารถผนวกรัฐต่างๆ รวมแผ่นดินจีนเป็นหนึ่งเดียวได้พร้อมๆ กับสถาปนารัฐฉินขึ้น (221-206 ก่อน ค.ศ.) และสถาปนาตนเองเป็น "ฉินสื่อหวงตี้" หรือ "จิ๋นซีฮ่องเต้" (ในหนังสือและหนังเรื่องฮีโร่ กล่าว (อ้าง) ว่า "แผ่นดิน" หรือ "ใต้หล้า" ที่เขียนโดยดาบหักคือเหตุผลสำคัญในการรวมชาติจิ๋นซีฮ่องเต้)
          อนึ่งช่วงที่จิ๋นซีฮ่องเต้ปกครองบ้านเมือง ด้านหนึ่งพระองค์เป็นดัง "มหาราช" ที่ได้สร้างความเจริญให้แก่แผ่นดินจีนมากมาย "โดยที่โดดเด่นที่สุดก็จะเป็นการเชื่อมกำแพงเมืองตามแคว้นต่างๆ เพื่อป้องกันการรุกรานของเผ่าซ่งหนู จนกลายเป็น "กำแพงเมืองจีน" 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกและแหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของเมืองจีน
          ในขณะที่อีกด้านหนึ่งของ พระองค์กลับถูกประชาชนจำนวนมากขนานนามเป็น "ทรราช" อันเนื่องมาจากการกระทำอันสุดโหดเหี้ยม กดขี่บีฑา รีดนาทาเร้น ประชาชนต่างๆ นานา อาทิ เก็บภาษีอย่างโหดหินถึง 2 ใน 3 การเกณฑ์ประชาชนไม่เป็นทหารบ้าง เป็นกรรมกรบ้าง เพื่อสร้างวัง สร้างกำแพง สร้างสุสาน ทำให้ประชาชนต้องประสบกับความทุกข์ยากลำบาก เท่านั้นยังไม่พอ กฎหมายในสมัยฉิน ยังได้กำหนดโทษไว้เฉียบขาดมาก หากผู้ใดกระทำผิดจะต้องถูกลงโทษทั้งครอบครัว
          ทำให้ไพร่ฟ้าประชาชนในสมัยฉินต้องอยู่กันด้วยความหวาดระแวง และเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า จนเป็นเหตุให้เหล่านักศึกษาสำนักขงจื้อพากันไม่พอใจ ออกมากต่อสู้ประท้วง จนเกิดการจับนักศึกษาสำนักขงจื้อจำนวนมากฝังทั้งเป็น และเผาทำลายหนังสือ ตำรา ของสำนักขงจื้อจนหมดสิ้น นับเป็นอาชญากรรมที่ถูกบันทึกลงในประวัติศาสตร์จึงมาจนถึงวันนี้
          ต่อมาเมื่อจิ๋นซีฮ่องเต้สิ้นพระชนม์ (ปี 208 ก่อน ค.ศ.) ความขัดแย้งต่างๆ ระหว่างชนชั้นที่ปะทุอยู่ได้ทะลักจุดเดือด ส่งผลให้ราชวงศ์ฉินถูกขบถชาวนาโค่นลง (ปี 208 ก่อน ค.ศ.) รวมเวลาที่รัฐฉินปกครองประเทศได้เพียง 15 ปีเท่านั้น
          อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ แม้จิ๋นซีฮ่องเต้ ผู้เต็มไปด้วยเรื่องราวทั้งด้านมืดและด้านสว่าง เป็นทั้งมหาราชและทรราชในพระองค์เดียว จะอำลาจากโลกไปกว่า 2 พันปีแล้ว แต่ว่าจิ๋นซีฮ่องเต้พระองค์นี้ก็คือเป็น 1 ใน 10 ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลแห่งแดนพญามังกรที่โลกไม่มีวันลืมเลือน
บันทึกการเข้า

My Website ==> Airportdisk
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: