หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เล่นสกีที่เซนได  (อ่าน 1031 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tatu
ซ่าเรียกพี่
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 395


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2008 »


คอลัมน์: ถนนคนเดินทาง: เล่นสกีที่เซนได
Source - ผู้จัดการรายวัน (Th)

          ขณะอากาศกำลังหนาวจัดในจีน ญี่ปุ่นทางการท่องเที่ยวเซนได เมืองศูนย์กลางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นก็เชิญผมให้เดินทางไปสัมผัสเซนไดในบรรยากาศหน้าหนาว แม้จะยังรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ กับข่าวพายุหิมะที่ตกลงมาหนักหน่วงแถวๆ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น แต่ผมก็ตอบตกลงรับคำเชิญโดยไม่ลังเล เพราะอากาศจะหนาวเย็นเพียงใด แต่ผมก็มั่นใจในมิตรภาพและการต้อนรับอันอบอุ่นของทางการท่องเที่ยวเมืองเซนได ซึ่งทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และการท่องเที่ยวเมืองเซนไดนั้นได้ทำข้อตกลงความร่วมมือแลกเปลี่ยนทางการท่องเที่ยวระหว่างกันจึงมีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกันเป็นระยะๆ ตลอดมา โดยปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยราว 1.2 ล้านคน ในขณะที่คนไทยเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นราว 2 แสนคน ซึ่งเซนไดอาจจะใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวคนไทยไม่เหมือนโตเกียว เกียวโต โอซากา ฟูกูโอกะ แต่ก็เริ่มจะติดหูติดตาเพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา
          เซนได เป็นเมืองศูนย์กลางของภาคโตโฮกุหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรียกง่ายๆ ว่าเป็นภาคอีสานของญี่ปุ่น อยู่ห่างจากรุงโตเกียวราว 400 กิโลเมตร นอกจากเซนไดจะเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแล้ว ยังเป็นศูนย์กลางทางการศึกษา เป็นเมืองมหาวิทยาลัย แต่สาเหตุที่เซนไดยังไม่ค่อยดัง และเป็นที่รู้จักของคนไทยก็เพราะยังไม่มีเที่ยวบินที่บินตรงระหว่างกรุงเทพฯกับเซนได การเดินทางไปเซนไดหรือชาวเซนไดที่จะมาเที่ยวเมืองไทย ก็ต้องบินไปลงที่โตเกียวแล้วนั่งรถไฟชิงกันเซนต่อมายังเซนได ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงเศษ หรือไม่ก็ต้องใช้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ซึ่งในแต่ละปีก็มีเที่ยวบินเช่าเหมาลำบินระหว่างเซนได-กรุงเทพฯถึง 20 กว่าเที่ยว และทางการบินไทยก็มีโครงการจะเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ-เซนได ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเจรจากันอยู่
          เที่ยวบินที่ผมเดินทางไปเซนไดวันนั้นก็เป็นเที่ยวบินเช่าเหมาลำเป็นเครื่องของการบินไทย มีทั้งนักท่องเที่ยวคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่มาเที่ยวเมืองไทยแล้วเดินทางกลับ ที่สนามบินเซนไดอุณหภูมิเช้าวันนั้นราว 4 องศาเซลเซียส เป็นวันที่ท้องฟ้าสดใสแสงแดดจัดจ้า อากาศอบอุ่นขึ้นกว่าในวันก่อนๆ นับเป็นโชคอีของเรา ทีมงานการท่องเที่ยวเมืองเซนไดมาต้อนรับอย่างอบอุ่นที่สนามบิน จากนั้นจึงพาเราออกจากเมืองเซนไดขึ้นไปสัมผัสกับภูเขาหิมะซาโอะ(Zao)ทันทีเหมือนกลัวว่าพวกเราจะไม่สะใจกับความหนาวเย็นอย่างนั้นแหละ ใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ราวชั่วโมงเศษก็มาถึงเทือกเขาซาโอะที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนไปหมด เทือกเขาซาโอะนั้นเป็นแหล่งเล่นสกีที่มีชื่อเสียงเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติ Zao National Park มีแหล่งเที่ยวชมทัศนียภาพและลานสกีอยู่ 2 ด้านของภูเขาคือด้านจังหวัดยามากาตะ และด้านจังหวัดมิยากิ สิ่งที่ทำให้ภูเขาซาโอะมีชื่อเสียงจนเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจำนวนมากก็คือวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม และเจ้าปีศาจหิมะหรือ Snow Monster ซึ่งมีที่เดียวบนภูเขาหิมะในญี่ปุ่น หลายคนอาจจะตกอกตกใจว่าเจ้าปีศาจหิมะนั้นมันคือตัวอะไรทำไมคนต้องหลั่งไหลมาดูมันแล้วไม่กลัวหรอกหรือ
          อากาศเย็นลงเรื่อยๆ ตามระดับความสูง ถนนที่พาเราไต่ภูเขาสูงขึ้นไปบางช่วงถูกปกคลุมด้วยหิมะบางๆ คนขับต้องลดความเร็วและใช้ความระมัดระวังเพิ่มขึ้น ล้อรถยนต์ที่แล่นไปมาในย่านนี้เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวที่เริ่มจะมีหิมะตกก็จะต้องเปลี่ยนยางมาเป็นยางที่ใช้กับหิมะ เป็นยางที่มีร่องและดอกยางละเอียดเล็กๆ ถี่ยิบในดอกยางแต่ละดอก และมีเนื้อยางที่จะป้องกันการลื่นไถลได้ดีขึ้น ไม่นานเราก็ขึ้นมาถึงลานหิมะ ซึ่งมีแต่หิมะขาวโพลนไปหมดพอเปิดประตูออกมาจากรถยนต์ที่มีเครื่องทำความร้อน อากาศก็ยะเยือกเย็นจนหน้าชา เสื้อกันหนาวที่เตรียมไปเต็มที่จากเมืองไทยแม้จะพอรับมือได้ แต่ทางเจ้าภาพเซนไดก็ยังเตรียมเสื้อคลุมตัวใหญ่พร้อมถุงมือมาให้สวมเพิ่มเติม เพราะอยู่กลางลานหิมะนานๆ จะได้ไม่มีปัญหา จากนั้นก็ลงมาเปลี่ยนรองเท้าเป็นบูตกันหิมะที่จะทำให้ไม่ลื่นไถลเพราะรองเท้าที่เราสวมใส่ในการเดินทางปกตินั้นอาจจะทำให้เราลื่นไถลก้นจ้ำหิมะได้ง่ายๆ และหิมะก็จะละลายซึมเข้าไปตามตะเข็บทำให้เท้าเปียกแฉะเย็นชาและอาจถูกหิมะกัดเท้าได้ง่ายๆ
          วันแสงแดดสดใสบนลานหิมะมีนักเล่นสกีสวมใส่ชุดกันหนาวสีสันสดใสหอบหิ้วสกีและสโนว์บอร์ดด้วยท่าทางทะมัดทะแมง ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้หากไม่ได้นำมาเองก็สามารถจะเช่าได้ที่ร้านในอาคารใกล้ลานจอดรถ นอกจากนักสกี นักสโนว์บอร์ดวัยรุ่นหนุ่มสาวท่าทางทะมักทะแมงแล้ว ยังมีคุณพ่อคุณแม่พาเด็กๆ มากันแบบครอบครัวสวมชุดกันหนาวสีสันสดใสช่วยเพิ่มสีสันให้แก่ลานสกีได้เป็นอย่างดีอุณหภูมิรอบๆ ลานหิมะบนภูเขาวันนี้ราวลบ 9 องศาเซลเซียส แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคกับความสนุกสนานบานลานสกี ซึ่งมีทั้งลานสำหรับเด็กเล็ก ให้นั่งเลื่อนพลาสติกไหลลงมาจากเนินเตี้ยๆ ลานสำหรับมือใหม่หัดเล่น เล่นบ้างล้มบ้าง กับลานกว้างใหญ่ที่ลาดลงมาจากเนินเขาสูงด้านบนให้มืออาชีพได้โชว์ลีลาลงมากันอย่างเต็มที่ เราถ่ายภาพกันบริเวณลานสกีด้านล่างสักพัก ก็ขึ้นรถหิมะที่มีล้อตีนตะขาบไต่หิมะสูงชันขึ้นไปบนยอดเขา ซึ่งรอบข้างมีแต่สีขาวบริสุทธิ์ของหิมะสองข้างทางยังมีต้นสนที่หิมะปกคลุมยังไม่ทั่วทั้งต้น เหลือกิ่งก้านให้รู้ว่าเป็นต้นสนอยู่บ้าง กระทั่งขึ้นมาเกือบจุดสูงสุดของยอดเขาเจ้ารถตีนตะขาบคันโตก็หยุดให้นักท่องเที่ยวลงมาถ่ายภาพบรรดาปีศาจหิมะหรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า "จูเฮียว"(Juhyo) ซึ่งมันก็คือต้นสนที่ถูกหิมะปกคลุมทั้งต้นจนไม่เห็น กิ่งก้าน ใบ จนกลายเป็นก้อนคล้ายกับสัตว์ประหลาดยืนจังก้าเรียงรายอยู่ทั่วทั้งเนินเขา นับเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ซึ่งผู้รู้ให้ข้อมูลว่า หิมะที่จะปกคลุมต้นไม้จนกลายเป็นรูปปีศาจหิมะทรงแปลกตาเช่นนี้ได้ จะต้องเป็นพื้นที่ๆมีความเฉพาะจริงๆ ที่จะต้องมีสนภูเขาพันธุ์ที่มีรูปทรงเช่นนี้ เป็นยอดเขาที่อยู่ระดับความสูงพอดี มีอุณหภูมิความเย็นพอดี มีกระแสลมที่พอดี นั่นจึงทำให้ทั่วทั้งประเทศมีเจ้าปีศาจหิมะที่เป็นเหมือนประติมากรรมธรรมชาติให้เห็นบนยอดเขาซาโอะแห่งนี้เท่านั้น
          เราผจญความหนาวเหน็บกันบนยอดเขาหิมะท่ามกลางอุณหภูมิลบ 9 องศาเซลเซียสกันจนบ่ายจึงเดินทางลงจากยอดเขาเพราะอากาศเริ่มจะเปลี่ยนลมหนาวยะเยือกพัดพาสายหมอกเริ่มปกคลุมบนยอดเขา ลงจากเทือกเขามุ่งหน้าไปอาบน้ำแร่ที่คามาซากิกันดีกว่า ที่นี่เราจะพักผ่อนนอแช่ออนเซนหรือน้ำแร่ร้อนกันแก้หนาว ออนเซนที่นี่มีอายุยาวนานกว่า 600 ปีเลยทีเดียว สัปดาห์หน้าผมจะพาเปลื้องผ้าล่อนจ้อนลงออนน้ำแร่แบบญี่ปุ่นกันครับ.
บันทึกการเข้า
tosnatoa
วัยซ่า
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,119


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 11 พฤศจิกายน 2010 »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ
บันทึกการเข้า

[
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: