หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติศาสตร์นครวัด-นครธม ผ่านพิพิธภัณฑ์อังกอร์  (อ่าน 1542 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
talek
พี่ซ่า
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 266


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2008 »


คอลัมน์ เดลินิวส์วาไรตี้ พาเที่ยวต่างแดน : ประวัติศาสตร์นครวัด-นครธม ผ่านพิพิธภัณฑ์อังกอร์
Source - เดลินิวส์ (Th)

          สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่จากฝีมือมนุษย์อย่าง นครวัด-นครธมในเมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา ได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก กลายเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของผู้คนจากทั่วโลกในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจากสารทิศหวังมายลตามคำกล่าวที่ว่าใครยัง ไม่เคยเห็นอังกอร์วัด หรือนครวัด-นครธมอย่าเพิ่งด่วนจากโลกไป
          เสียมเรียบกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวมีผับบาร์ ทั้ง  สินค้าแบรนด์เนม ราคาค่าครองชีพแพงกว่ากรุงเทพฯ อาหารจานเดียวของที่นี่เริ่มต้นที่ 60 บาท
          ขัดแย้งกับวิถีของคน  ที่นี่ ตลาดยังเต็มไปด้วยฝุ่นเขรอะ ร้านขายอาหารข้างทางไว้ใจไม่ได้ หน้าตาไม่สะอาดสะอ้าน แต่ที่นี่เต็มไปด้วย โรงแรมระดับ 3 ดาวถึง 5 ดาวเกือบ 500 แห่ง มีเจ้าของ จากหลาย ๆ ประเทศ ทั้งญี่ปุ่น   เกาหลี รวมทั้งนักการเมือง และนักธุรกิจจากไทยสนใจ  ไปลงทุน ดาวรุ่งพุ่งแรงของโรงแรมในเสียมเรียบตอนนี้คือเกาหลี
          คนเกาหลีเดินทางมาเยี่ยมชมสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน   7 ของโลกไม่ขาดสาย ที่นี่มี โรงแรมสไตล์เกาหลี มีอาหารเกาหลีขาย ทั้งมีคาราโอเกะ ทั้งกำลังก่อสร้างอยู่และก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว เพราะความเป็นชาตินิยมสูงสุด นักท่องเที่ยวเกาหลี-ญี่ปุ่นเดินทางท่องเที่ยวไปที่แห่งใดเป็นจำนวนมากที่แห่งนั้นต้องมีธุรกิจของคนชาติเดียวกันปักหลักอยู่
          การทำธุรกิจโรงแรมที่นี่ อยู่ภายใต้กฎหมายของรัฐบาลบังคับการทำธุรกิจต่าง ๆ ในเสียมเรียบต้องมีชาวกัมพูชา เป็นหุ้นส่วนด้วย สนนราคาค่าโรงแรมที่นี่เริ่มต้นอยู่ที่ 85-3,500 เหรียญสหรัฐ
          เพื่อสร้างความเข้าใจประวัติศาสตร์ นครวัด-นครธมก่อนที่จะชมของจริง กระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงาน   อัปสรา ภายใต้การกำกับดูแล  ของรัฐบาลแห่งชาติกัมพูชา  จึงมอบสิทธิสัมปทานให้บริษัทวิไลลักษณ์อินเตอร์เนชั่นแนล    โฮลดิ้ง จำกัด โดยให้ บริษัท เดอะมิวเซียม จำกัด ในเครือเป็นผู้จัดสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอังกอร์ขึ้น
          วัตถุประสงค์หนึ่งของการจัดสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอังกอร์ เพราะรัฐบาลกัมพูชาได้รวบรวมศิลปวัตถุสำคัญมากกว่า 1,300 ชิ้น  อันเกี่ยวโยงกับนครวัด-นครธม มุ่งหวังให้เป็นพิพิธภัณฑ์ระดับโลก อีกทั้งผสมผสาน เทคโนโลยีที่หลากหลาย นักท่องเที่ยวเข้าใจเนื้อหาการจัดแสดงได้ง่าย โดย มีการสื่อการเรียนรู้ถึง   7 ภาษา อาทิ เขมร, จีน, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, ญี่ปุ่น, ไทย แต่เหนืออื่นใดเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างแรงบันดาล ใจให้ผู้มาเยือน
          พื้นที่พิพิธภัณฑ์ทั้งหมด 20,000 ตารางกิโลเมตร แบ่งออกเป็น 8 โซนด้วยกัน นำเสนอเรื่องราวตามลำดับและวิวัฒนาการของ ประวัติศาสตร์เขมร
          ภายในออกแบบให้โถงทางเดินเป็นรูปโค้ง นำสู่ห้องเตรียมตัวชม นำเสนอพรีเซน  เตชั่นภาพรวมของพิพิธภัณฑ์ และประวัติศาสตร์ของอาณา จักรเขมรเอง
          ห้องจัดแสดงพิเศษคือ พระพุทธรูป 1,000 องค์เพื่อบอกเล่าวิวัฒนาการของพุทธศาสนาในอาณาจักรเขมรโบราณ โดยมีพระพุทธรูปเก่าแก่สุด  ในสมัยศตวรรษที่ 6 แสดงให้เห็นว่าศาสนาพุทธเกี่ยวพันทาง  จิตวิญญาณกับอารยธรรมเขมรโบราณจนถึงปัจจุบันในประเทศกัมพูชา
          ห้องจัดแสดง A ห้องแสดงแรกเพื่อนำสู่จุดเริ่มต้นความรุ่งเรืองแห่งอารยธรรมเขมรโบราณ แรกเริ่มเมื่อวัฒน ธรรมจากชมพูทวีปไหลเข้ามา ระบบสมมุติเทพที่มีอิทธิต่อ  ชาวเขมรอย่างมาก ห้องต่อมาคือห้องจัดแสดง B ภายใน  ห้องนี้นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้เรื่องราวของความเชื่อและศาสนาต่าง ๆ ของคนในยุคนั้น ที่สะท้อนในรูปแบบงานสถาปัตยกรรม
          ห้องจัดแสดง C นำเสนอประวัติของอาณาจักรเขมร ที่มีความสามารถทั้งหมด 4 พระองค์ คือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 2,พระเจ้ายโสวรมันที่ 1,พระเจ้าสุริยะวรมันที่ 2 และพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ผู้ก่อตั้งเมืองนครธมเป็นพระนคร
          ห้องจัดแสดง D บอกเล่าความเป็นมาของปราสาทนครวัด บอกเล่าถึงแรงบันดาลใจที่พระเจ้าสุริยะวรมันที่ 2 สร้างปราสาทนครวัดขึ้นมา ภายในห้องจำลองเหตุการณ์ พระอาทิตย์ขึ้นตรงยอดปรางค์ที่  จะเกิดขึ้นเพียงปีละ 2 ครั้งเท่านั้น ที่เรียกว่า Equinox sun rise ห้องถัดมาเป็นห้องจัดแสดง E บอกเล่าถึงเมืองนครธม แปลว่านครอันกว้างใหญ่ส่วนห้องต่อมาคือห้องจัดแสดง F ห้องนี้รวบรวมศิลาจารึกที่พบ ได้ในกัมพูชา บางชิ้นยังรอคอยผู้รู้มาถอดความ อนาคตแผ่นศิลาจารึกจะได้รับการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ เช่นกัน
          โซน G โซนสุดท้าย เรียกว่า พัสตราภรณ์โบราณ บอกเล่าผ่านนางอัปสรา สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของอาณาจักร โบราณ ผ่านทางเครื่องแต่งกายของผู้คนในอดีต บ่งบอกฐานะของผู้คน บ้างก็ประดับประดาด้วยเพชรนิลจินดา กระทั่งการจินตนาการของนางอัปสรา ผู้ซึ่งเปรียบได้กับนางฟ้านางสวรรค์ หรือนางรำในราชสำนัก
          ราคาค่าชมพิพิธภัณฑ์ 12 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับชาวต่างชาติ และเพียง 3 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับประชาชนชาวกัมพูชา ที่ตั้งแห่งนี้อยู่ย่าน  ถนนเศรษฐกิจ ห่างจากตัวปราสาทนครวัด-นครธมของจริงอีกเพียง 6 กิโลเมตรข้างหน้าเท่านั้น ขณะที่ค่าเข้าชมของปราสาทนครวัด-นครธมปรับราคาใหม่เป็น 40 ดอลลาร์สหรัฐเที่ยวชมได้ 3 วัน และ 20 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับวันเดียว โดยก่อนที่จะเข้าชมจะ  มีจุดถ่ายภาพทำบัตร เดิมที   ไม่มีระบบนี้แต่ปรากฏว่านักท่องเที่ยวเวียนบัตรใหม่มา จึงต้องให้ถ่ายรูปติดบัตร
          พิพิธภัณฑ์อังกอร์ เป็น อีกความใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา  ในเสียมเรียบไม่มีสิ่งดึงดูดหรือรูปแบบนำเสนอที่แตกต่าง   โดดเด่น เทียบไม่ได้กับการได้เหยียบย่างยังปราสาทนครวัด-นครธมที่ไม่ไกลออกไป จัด  ว่าอยู่ในทัวร์เรียกน้ำย่อยเสียมากกว่า.เก็บตกรายทาง
          ปราสาทนครวัดนอกจากเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางทั่วโลกแล้ว ชาวกัมพูชายังยึดที่ทางแห่งนี้เป็นที่ถ่ายแฟชั่นชุดแต่งงาน แฟชั่นชุดแต่งงานของคนที่นี่หลากสีสันสะดุดตาไม่ใช่ชุดแต่งงานสีขาวแบบที่สาว ๆ ทั้งโลกฝันถึงพรประไพ  เสือเขียว
บันทึกการเข้า
tosnatoa
วัยซ่า
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,119


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 11 พฤศจิกายน 2010 »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ
บันทึกการเข้า

[
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: