หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ไปดูให้เห็นกับตา 'โซล' ออฟเอเชีย  (อ่าน 1545 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
toto
พี่ซ่า
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 200


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2008 »


คอลัมน์ เดลินิวส์วาไรตี้ พาเที่ยวต่างแดน : ไปดูให้เห็นกับตา 'โซล' ออฟเอเชีย
Source - เดลินิวส์ (Th)

          วัฒนธรรมเกาหลี หรือ “เคป๊อป” มาแรงในบ้านเรายามนี้ ไม่ว่าจะเป็น ละครเกาหลี คอน เสิร์ตเกาหลี อาหารเกาหลี แฟชั่น สไตล์เกาหลี เครื่องสำอางจากเกาหลี จุดสตาร์ตล้วนมาจาก   “กรุงโซล” เมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้
          คำว่าเมืองหลวงคงเหมือน ๆ กับทุกประเทศในโลกที่มีความศิวิไลซ์ แสงสี แต่เนื้อหาการสร้างความทันสมัยของกรุงโซล ต่างออกไปจากเมืองหลวงหลาย ๆ ที่ นั่นคือการพยายามผลักดัน  ให้วัฒนธรรม เคป๊อป เป็นที่รู้ จักของคนทั่วโลก และเหมือนจะประสบความสำเร็จ 4-5 ปี ที่ผ่านมาละครเกาหลี อาหารเกาหลีได้ รับความนิยมใน ประเทศแถบ  เอเชียอย่างล้นหลาม
          มร.โอ เซอุน ผู้ว่าการนครโซล ออกมาประกาศหลัง ได้รับตำแหน่งเมื่อปี 2549 ว่า 4 ปีในการดำรงตำแหน่งเป้าหมายสำคัญประการหนึ่งคือพัฒนากรุงโซล ให้เป็น “โซลออฟเอเชีย” นั่นหมายถึงจะนำพาวัฒนธรรมเกาหลีกระจายไปทั่วภูมิภาคเอเชียผ่านทางแฟชั่นเสื้อผ้า ดารา อาหาร ภาพยนตร์
          นอกจากนี้จะยกระดับให้กรุงโซลคือมหานครแห่งดีไซน์ของโลก ตอกย้ำบทบาทสำคัญของการนำดีไซน์มาใช้ยกระดับวิถีชุมชนเมืองให้มีประสิทธิภาพ โดยสภาการออกแบบอุตสาห กรรมสากล ICSID จากอิตาลี พร้อมประกาศให้กรุงโซลเป็นเมืองออกแบบดีไซน์ของโลก ในปี 2553 ขณะเดียวกันจะยกระดับกรุงโซลให้เป็นเมืองแห่งเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสวัสดิการที่ดี มีอากาศที่บริสุทธิ์
          แน่นอนเมื่อวัฒนธรรมเกาหลีแพร่กระจาย หลายคนอยากมาสัมผัสต้นแบบฉบับต้นตำรับ ส่งผลดีทั้งการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ สินค้าจากเกาหลีขายดิบขายดี และเกาหลีกำลังเดินมาถูกทาง ลำพังจุดขายแค่แหล่งท่องเที่ยวเด่น ๆ ยังไม่พอ
          ในปีนี้ทั้งปี ในกรุงโซลจะมีกิจกรรม “ไฮโซล เฟสติวัล”เดิมทีเป็นเทศกาลที่จัดขึ้นทุกปี ตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา จัดเพียง 1 สัปดาห์ เพื่อสร้างความบันเทิงให้กับนักท่องเที่ยวและชาวเกาหลี แต่ปีนี้กำหนดให้มีงานถึง 4 ครั้ง
          ประเดิมครั้งแรกภายใต้คอนเซปต์ “พระราชวัง” เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ได้รวบรวมพระราชวัง สำคัญ 5 แห่ง ให้ผู้ร่วมงานได้เรียนรู้ประเพณี และวัฒนธรรมดั้งเดิมอันเกี่ยวข้องกับระบบกษัตริย์ที่มีมานานหลายศตวรรษ
          สิ่งละอันพันละน้อยของธีมพระราชวัง ยังมีการแสดงละครบรอดเวย์ เรื่อง “จักรพรรดินี องค์สุดท้าย” ณ เวทีกลางแจ้ง พระราชวังเคียงบกกุง ละคร เรื่องนี้ได้รับเสียงชื่นชมบนเวทีบรอดเวย์ สหรัฐอเมริกาในปี 1997 เนื้อหาของบทละครที่พยายามถ่ายทอดเรื่องราวของพระนางเมียงซุง ราชินีองค์   สุดท้ายแห่งราชวงศ์โชชอนที่พยายามรักษาเอกราชของประเทศไว้ด้วยชีวิต
          ในครั้งถัดไปของเทศกาลไฮโซลเฟสติวัล ระหว่างวันที่ 25 ก.ค.-3 ส.ค. ซึ่งเป็นฤดูร้อน ใช้ “แม่น้ำฮาน” ซึ่งเป็นสายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนในกรุงโซล ณ ที่ทางนี้จะมีการจัดการแข่งขันเจ็ต สกีทางน้ำ คอนเสิร์ต
          หลังจากนั้นในฤดูใบไม้ร่วงระหว่างวันที่ 3-26 ต.ค. มีกิจกรรมจัดแสดงศิลปะทุกแขนง ทั้งดนตรี การแสดง ช่วงนี้เมืองจะรื่นรมย์ไปด้วยเสียงเพลงจากนักดนตรีมีชื่อเสียง
          ส่งท้ายปีกับเทศกาลไฮโซล เฟสติวัลในฤดูหนาว ด้วยแนวคิดนำพาแสงสว่างมาสร้างจิต   วิญญาณของชาวโซลให้สว่างไสว ด้วยการแสดงสเกตน้ำแข็ง และการแสดงบัลเลต์น้ำแข็ง ตั้งแต่ 15 ธ.ค. 51-15 ม.ค. 52
          ไฮโซล เฟสติวัล ทำให้กรุงโซลครึกครื้นขึ้นในเวลานี้   แต่กรุงโซลยามปลอดกิจกรรมก็   มีสีสันอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว กรุงโซลมีสถานที่ท่องเที่ยวและอุดมไปด้วยย่านแหล่งชอปปิง ท่ามกลางความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมที่ดี
          “ลำน้ำชองเกชอนและ โซลซิติ้ซ่า สถานที่แรก ๆ ที่ทางการโซลอยากบอกเล่าสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์แต่ผสมผสานกับความทันสมัยของสถานที่เข้าไว้ด้วยกัน ในช่วงอากาศเย็นสบาย ในวันหยุดพักผ่อน จะได้เห็นผู้คนหนุ่มสาวครอบครัว ปูเสื่อนั่งปิกนิก หนุ่มสาวจูงกันมาเดินเล่น ขณะเดียวกันบนเวทีกลางแจ้งมีการแสดงดนตรี จากกลุ่มเยาวชน
          “ย่านอินซาดง” อาจกล่าว ได้ว่าที่นี่เป็นถนนสายวัฒนธรรมของเกาหลีในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ งานเย็บปักถักร้อย โบราณวัตถุแบบเกาหลี  แท้ ๆ หาได้ที่ถนนสายนี้ รวมทั้ง ร้านชาดั้งเดิม ร้านเนื้อย่างเกาหลีรสเลิศแบบดั้งเดิม ยังซ่อนตัวอยู่บนถนนสายนี้ด้วย
          มาเกาหลี ไม่ได้รับประทาน อาหารเกาหลี อาจกล่าวได้ว่ามาไม่ถึง “กรุงโซล” เป็นที่ตั้งของสถาบันอาหารพื้นเมืองเกาหลี ร้อยเรียงอาหารเกาหลีตำรับชาววังกับชาวบ้านไว้ด้วยกัน การจัดแสดงหน้าตาของอาหารไว้ในแบบของพิพิธภัณฑ์
          อย่างที่รู้กันอาหารเกาหลี อุดมไปด้วยผัก ไขมันต่ำ มาที่นี่ได้เรียนรู้วัตถุดิบส่วนใหญ่ของ อาหารเกาหลี ล้วนมาจากธัญพืช เช่น ข้าว เมล็ดธัญพืช เครื่องปรุงรสสำคัญคือ “ซอสถั่วเหลือง” ที่มีเทคนิคการหมักอย่างพิถีพิถัน จนนำมาปรุงรสให้อาหารแต่ละจานรสกลมกล่อม
          เมื่ออดีต ขนมที่ทำมาจากแป้งต่างไม่ใส่น้ำตาล ได้ลิ้มรสความหวานจากเมล็ดธัญพืชสด ๆ จริง ๆ ขณะเดียวกันก็มีตำรับอาหารชาววังอันขึ้นชื่อซึ่งมีถึง 200 เมนู สำรับของราชสำนักนั้นจะมีถึง 5 มื้อต่อวัน เริ่มกันตั้งแต่ 7 โมงเช้า จะเน้นอาหารหนัก มื้อต่อมา 10 โมงเช้า เวลาเที่ยงคือมื้อกลางวัน ห้าโมงเย็นคืออาหารเย็น ก่อนเข้านอนสองทุ่มมีอาหารอีกมื้อ
          อาหารของกษัตริย์นั้นแต่ละมื้อจะมีเครื่องเคียงมากมายถึง 12 อย่าง นั่นเพราะเกี่ยวโยงเรื่องการปกครองบ้านเมืองในอดีต กษัตริย์จะได้ล่วงรู้ด้วยว่าพื้นที่ใดของแผ่นดินตอนนี้อุดมสมบูรณ์ สะท้อนออกมาทางวัตถุดิบที่เลือกมาปรุงอาหาร ส่วนหน้าที่การเตรียมอาหารเป็นของซังกุง ถึง 3 คน และซังกุง จะรับสำรับ ที่กษัตริย์เสวยแล้วมารับประทานต่อ สะท้อนให้เห็นการแบ่งปันที่ผู้ใหญ่มอบให้กับผู้น้อย
          ส่วนรสชาติของอาหารชาววังนั้นจะไม่จัดจ้าน แม้กระทั่ง กิมจิชาวบ้านกับชาววังยังต่างกันนั้นเพราะกษัตริย์ต้องอยู่ในเครื่องทรงสง่า อาหารรสจัดทำให้เหงื่อออกมา ไม่สบายเนื้อตัวยามเมื่อกษัตริย์อยู่ในเครื่องทรง
          กรุงโซลหลอมรวมวัฒนธรรมเก่าใหม่ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ใครจะคาดคิดว่ามุมหนึ่งของเมือง จะมีสถาบันการสอน เต้นฮิปฮอป บี-บอย อย่างเป็นเรื่องเป็นราว แม้จะเป็นวัฒนธรรมแรกเริ่มของคนอเมริกัน แต่วัยรุ่นเกาหลีจับมาต่อยอด นำ การเต้นมาสอดใส่เนื้อเรื่องให้เหมือน กับละครเวที กลายเป็นการแสดงชุดเบรกเอาท์ ฝึกซ้อม   กันเป็นเรื่องราว เปิดการแสดงมาแล้วในสหรัฐอเมริกา มาเลเซีย และเดือนนี้จะมาแสดงที่เมืองไทย
          นั่นคือกิจกรรมบันเทิงในรูปแบบใหม่ที่เกาหลีพยายามจะสร้างความแตกต่าง ฉีกจากการแสดงคอนเสิร์ต ไม่ใช่ละครเวที และไม่ไช่การเต้นฮิปฮอปโชว์อย่างเดียว
          ทัวร์เกาหลีร้อยทั้งร้อยมักเดินทางตามรอยละครเรื่องดัง กรุงโซลก็ยังอยากประกาศก้องว่า สถานที่ถ่ายทำละครรักโรแมน ติก ที่เพิ่งลาจอบ้านเราไปอย่าง “คอฟฟี่ ปริ๊นซ์” ไม่ได้ไกลจากกรุงโซล อยู่แถว “ซามเซียงกั๊ก” ฉากบ้านโบราณที่อยู่เนินเทือกเขา บุกั๊ก อันรื่นรมย์ ที่นี่ในโลกความจริงเป็นร้านกาแฟสุดแสนโรแมนติก แต่ในฉากของคอฟฟี่ปริ๊นซ์ถูกเซตให้เป็นบ้านของพระรองในเรื่อง
          ผู้กำกับสาวของละคร เรื่องนี้บอกว่าที่เลือกที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของฉาก เพราะความชอบส่วนตัว หลังจากเดินทางไปยุโรปเห็นบ้านเนินเขาตกแต่งอย่างเรียบง่าย
          อาหารมื้อเย็นในกรุงโซล ไม่ได้จำกัดไว้แค่ภัตตาคารบนดิน หากจะตามหาความศิวิไลซ์ที่เรียกว่าไฮโซอย่างสุดซึ้ง ขนาด  ที่ตัดใจได้ว่าจะให้ธนบัตรในกระเป๋า จำนวนหนึ่งอันตรธานหายไปบ้างระหว่างที่ใช้เวลาพักผ่อนอยู่ที่ กรุงโซล
          “เอ็นโซล ทาวเวอร์” เป็นที่ตั้งของภัตตาคารลอยฟ้า สามารถเห็นวิวของกรุงโซลในมุมสูง ได้ 180 องศา นั่นหมายถึงว่าแค่นั่งจิบไวน์อยู่บนที่เดิม โดยไม่ต้องขยับเขยื้อนไปตรงไหน พื้นที่ตรงนี้ก็หมุน ๆ อย่างเอื่อยให้เห็นกรุงโซลได้โดยรอบ
          กิน ดื่ม เที่ยวและช้อป ตามโปรแกรมวันพักผ่อน กรุง โซล มีชื่อเสียงของแหล่งชอป ปิง “ตลาดดงแดมุน” ที่เหมือนจะไม่เคยหลับใหลเปิดขายกันตั้งแต่ 10 โมงเช้ายันตี 4 ของอีกวัน ที่นี่เป็นศูนย์รวมอาคารชอปปิง   2 แห่งคือ อาคาร  “ดูตา” และอาคาร “เพียงฮวามาร์เก็ต”
          รูปลักษณ์ของย่านชอปปิงแห่งนี้ไม่ต่างจากห้างมาบุญครอง รวมเข้ากับแพลตินั่มในบ้านเรา ที่มีทั้งร้านขายส่ง และขายปลีก เมื่อพอใจเสื้อผ้าชิ้นไหนอาจต้องไถ่ถามกันให้ดีว่าซื้อกี่ชิ้นถึงได้ราคาตามที่คนขายบอกกล่าว นอกอาคารนี้
          ยามค่ำคืนที่นี่ไม่ต่างจากจตุจักรในบ้านเราที่มีร้านแบกะดินทั้งเครื่องประดับ รองเท้า   สินค้าแฟชั่นรุ่นใหม่ หรือสินค้าแบรนด์เนมก๊อบปี้เกรดเอ เลือก หาได้บนถนนสายนี้
          จะว่าไปแล้วเทียบด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม วิถีชีวิต ระหว่างเมืองหลวงในเอเชียด้วยกันทั้งโตเกียว กรุง เทพฯ ปักกิ่ง โซลอยู่ในอันดับท้าย ๆ แต่พยายามสร้างจุดต่างออกไปด้วยการผสมผสานวัฒนธรรมเก่าใหม่ไว้ด้วยกัน ด้วยความ มุ่งมั่นอันยิ่งใหญ่...ที่น่าจับตา.เก็บตกรายทาง
          โซลทาวเวอร์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงโซล ตั้งอยู่บนยอดเขามองเห็นวิวกรุงโซลได้ทั้งเมือง บอกก่อนใครอยากมีความทรงจำกับคนรัก หรือเพื่อนฝูง เกี่ยวกับสถานที่นี้อย่าลืมพกกุญแจไปล็อกไว้บนตาข่ายลวด บรรจงเขียนชื่อบนแม่กุญแจแล้วโยนลูกทิ้งไปเลย เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างกันไว้ กิจกรรมนี้ยอดนิยมของหนุ่มสาวเกาหลี เป็นการสร้างธีมให้กับสถานที่มีเรื่องราว ใครจะคิดจุดชมวิวทั่วโลก คงมีแค่ภาพถ่ายกลับไป แต่ที่นี่ให้นักท่องเที่ยวทิ้งสัญลักษณ์ความผูกพันไว้ที่แม่กุญแจ.พรประไพ เสือเขียว
บันทึกการเข้า
tosnatoa
วัยซ่า
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,119


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 11 พฤศจิกายน 2010 »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ
บันทึกการเข้า

[
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: