หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ท่องเยอรมนี  (อ่าน 2742 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
toto
พี่ซ่า
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 200


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2008 »


เบอร์ลินเมืองแห่งสีสันและความคลาสสิค
          หลังการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน ในวันที่ 9 พ.ย. 1989 สัญลักษณ์แห่งสงครามเย็นที่แบ่งพื้นที่เยอรมนีเป็นตะวันออกและตะวันตกก็ได้ถูกทำลายลงไปด้วย เพราะหลังจากนั้นอีกไม่นานเยอรมนีก็กลับมารวมกันเป็นหนึ่ง ซึ่งก็ส่งผลให้เบอร์ลิน เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และสีสันของผู้คน กลายเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวสุดคลาสสิคที่นักเดินทางหลายๆคนต่างใฝ่ฝันถึง
          ใครที่ไปเยือนเบอร์ลินไม่ควรพลาดการไปเที่ยวชมประตูบรานเดนบวร์กที่เป็นดังสัญลักษณ์แห่งโชคชะตาและสัญลักษณ์แห่งการรวมประเทศเยอรมนี ประตูชัยแห่งนี้เป็นประตูสู่เบอร์ลิน-มิทเท่อ เปิดในปี ค.ศ. 1791 ที่ดูขรึมขลังและคลาสสิคด้วยเสาแบบกรีกโบราณ บนซุ้มประตูโดดเด่นไปด้วยเทพธิดาแห่งชัยชนะ (die Quadriga)บังคับรถลากม้า 4 ตัว
          ปี 1806 นโปเลียนระหว่างที่ยกทัพไปตีรัสเซียได้ผ่านประตูชัยแห่งนี้ และได้ทำการยึดเทพธิดาแห่งชัยชนะกลับไปปารีสในฐานะของที่ยึดได้จากสงคราม ก่อนที่อีก 8 ปีต่อมา จอมพลบลือเซอร์ หลังจากที่รบชนะก็ได้นำเทพธิดาแห่งชัยชนะกลับคืนสู่เยอรมนี ให้มาตระหง่านคู่ประตูบรานเดนบวร์กเช่นดังเดิม
          ในยุคสงครามเย็นที่มีการสร้างกำแพงเบอร์ลินขึ้น พื้นที่รอบๆประตูชัยถูกล้อมเอาไว้หมด แต่พอกำแพงเบอร์ลินพังทลายประตูชัยแห่งนี้ก็ได้อวดโฉมต่อสายตาชาวโลกอีกครั้งหนึ่ง
          ส่วนอีกหนึ่งความคลาสสิคที่อยู่คู่เบอร์ลินก็คือ โบสถ์เบอร์ลิน โบสถ์โปรแตสแตนท์ชั้นนำที่สร้างขึ้นในปี 1894 ถือเป็นโบสถ์ประจำราชวงศ์โฮเฮ่นซอลเลิร์น ซึ่งดูโดดเด่นด้วยโดม 3 ยอดสีเขียว โดยมีลวดลายปูนปั้นและรูปปั้นประดับอยู่ทั่วไป นับเป็นโบสถ์อีกหนึ่งหลังที่มีความงามในอันดับต้นๆของเยอรมนี
          ในขณะที่ย่านเบอร์ลิน-มิทเท่อ นั้นถือเป็นย่านประวัติศาสตร์สำคัญของเบอร์ลิน เพราะที่นี่คือจุดกำเนิดของเบอร์ลินที่เริ่มต้นจากการตั้งถิ่นฐานของกลุ่มเบอร์ลินและกลุ่มเคิล์น ซึ่งหากใครไปเดินเล่นในย่านนี้ก็จะได้พบกับอาคารรูปลักษณะดั้งเดิม แต่ว่าส่วนใหญ่เป็นการสร้างขึ้นใหม่เพราะอาคารเดิมนั่นได้ถูกทำลายลงในช่วงสงคราม
          สำหรับบริเวณที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักมุ่งหน้าไปก็คือที่ถนนคูดัม ย่านธรุกิจอันดับ 1 ของเบอร์ลิน โดยมีไฮไลท์อยู่ที่ จตุรัสไบร์ทไซด์ ที่มีโบสถ์ไคเซอร์ วิลเฮล์ม เมมโมเรียล ซึ่งครั้งหนึ่งถูกทำลายลงไป ก่อนที่จะได้รับการสร้างใหม่ขึ้นมาเป็นเหมือนหอคอยสีน้ำเงินเป็นเงาแวววาว โบสถ์หลังใหม่นี้สร้างในปี 1895 เพื่อรำลึกถึงจักรพรรดิวิลเฮล์มที่ ซึ่งเป็นที่เคารพรักของชาวเยอรมัน นอกจากนี้ยังมีการสร้างหอระฆังสูงกับโบสถ์อีกหนึ่งหลังเคียงข้าง
          ส่วนที่วาสเซอร์คล็อพ ซึ่งเป็นลานน้ำพุขนาดใหญ่ก็จะเต็มไปด้วยสีสันของผู้คนที่มาชุมนุมกันอยู่เป็นจำนวนมาก โดยบริเวณข้างๆเป็นที่ตั้งของตึกที่สูงที่สุดในเบอร์ลินอย่าง ยูโรป้า เซนเตอร์ และถ้าหากเดินถัดออกไปหน่อยก็จะพบกับ คาเฟ่ ครานซเลอร์ ที่ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของขนมปังชนิดต่างๆ อีกทั้งยังเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา สำหรับจุดน่าสนใจอื่นๆบนถนนคูดัมก็มี คัวฟัวชเตนดัม ย่านบันเทิงสุดหวือหวา จตุรัสวิทเท่นแบร์ก แหล่งรวมร้านอาหาร ฟาสท์ฟู้ด และห้างสรรพสินค้า
          เบอร์ลิน เมืองที่มากด้วยพิพิธภัณฑ์
          สำหรับแหล่งรวมศิลปวัฒนธรรมและแหล่งรวมความรู้อันโดดเด่นของเบอร์ลินนั้นก็คงจะไม่พ้นตามพิพิธภัณฑ์ต่างๆ โดยที่เด่นก็มี พิพิธภัณฑ์เพอกามอน ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมโบราณวัตถุ และทรัพย์สินอันมีค่าของเบอร์ลินไว้มากมาย อาทิ แท่นบูชาเพอกามอน (180-159 ก่อนคริสตกาล) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกจากตุรกี งานศิลปะโบราณสมัยอียิปต์และไบเซนไทน์ ภาพวาดและผลงานประติมากรรมของศิลปินชาวเยอรมันมากมาย รวมถึงงานศิลปะของศิลปินชาติอื่นๆอีกจำนวนมากนอกจากนี้ก็ยังมีห้องแสดงนิทรรศการพิเศษที่มีงานศิลปะและโบราณวัตถุล้ำค่าให้ชมกันตามวาระ
          ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์เพอกามอนเท่าไหร่บนถนนอุนเท่อร์ เด็น ลินเด็น เป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์แห่งประวัติศาสตร์ แหล่งเรียนรู้สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเยอรมนี ส่วนที่ถนนเทียร์กาเท่นมีพิพิธภัณฑ์ดนตรีที่รวบรวมเครื่องดนตรีที่น่าสนใจเอาไว้มากกว่า 2,500 ชิ้น
          ส่วนที่ชาลอตเท่นบวร์ก ซึ่งเป็นพระราชวังเก่านั้น ก็เป็นแหล่งรวมงานศิลปะ โบราณวัตถุและของสะสมมากมาย โดยมีการแบ่งพื้นที่เป็น ห้องประวัติศาสตร์ ห้องรับแขกของพระเจ้าเฟร็ดเดอริคที่ 1 และพระเจ้าเฟร็ดเดอริคมหาราช ส่วนชั้นล่างเป็นแกลลอรี่โรแมนติกที่มีคนนิยมแวะเวียนมาชมกันเป็นจำนวนมาก
          อีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจไม่น้อยก็คือ พิพิธภัณฑ์ดาเล็ม ที่ตั้งอยู่ระหว่างถนนเลนส์และอาร์นีมาลี ภายในมีทรัพย์สมบัติที่น่าสนใจมากมาย รวมถึงโบราณวัตถุจากแถบเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นอินเดีย หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
          นอกจากพิพิธภัณฑ์และแหล่งท่องเที่ยวที่กล่าวมาแล้ว เบอร์ลินยังมีจุดที่น่าสนใจอื่นๆอีก อาทิ อุนเท่อร์ เด็น ลินเนอร์ ถนนที่มีความเป็นปรัสเซียนมากที่สุดในเบอร์ลิน เขาครอยซ์แบร์ก ที่มียอดเขาเป็นจุดสูงที่สุดในเบอร์ลินและเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ครอยซ์แบร์ก
          ส่วนถ้าออกไปชานเมืองก็จะได้พบกับทะเลสาบไวเซนเซ ที่มีทั้งหมู่บ้านเก่าแก่ สวนสาธารณะ และโรงละครกลางแจ้ง เป็นจุดน่าสนใจ ในขณะที่เซเลนดอร์ฟ ถือเป็นพื้นที่สีเขียวของเบอร์ลิน ที่มีป่าเขา และทะเลสาบโกรสเซ่อ วานเซ ที่โดดเด่นไปด้วยชายหาดอันสวยงาม รวมถึงมีเกาะนกยูงเป็นอีกหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
มิวนิค เมืองแห่งสีสันและความสนุกสนาน
          เมืองแรกต้องยกให้ “มิวนิค” เพราะเป็นเมืองเปิดศึกฟาดแข้งเวิลด์คัพในครั้งนี้ ระหว่างเยอรมนีกับคอสตาริกา ที่สนามอัลลิอันซ์ อารีน่า
          มิวนิค (Munich)เมืองหลวงแห่งแคว้นบาวาเรียนมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเยอรมนี ถือเป็นหนึ่งในเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ที่ชาวเมืองเป็นคนขยันขันแข็งแต่ก็รักสนุกอยู่ในที โดยดูได้จากงานเทศกาลคาร์นิวาล เทศกาลเบียร์เฟสติวัล และเทศกาลอ็อคโตเบอร์เฟส ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี
          มิวนิค มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอยู่มากมาย ที่เด่นๆก็มี จัตุรัสมาเรียน(Marienplatz) ที่เต็มไปด้วยสีสันของผู้คนที่มีมากมายหลากหลายแบบไม่ว่าจะเป็น ผู้คนที่ผ่านไปมา นักท่องเที่ยว นักแสดง พ่อค้าแม่ค้า และร้านรวงต่างๆ ที่ดูแล้วมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ
          นอกจากนี้จัตุรัสมาเรียน ยังมีงานสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นระดับแลนด์มาร์คของเมืองอยู่ 2 หลัง หลังแรกคือ โบสถ์เฟราเอ่นเคียร์ซเซ่อ(Frauenkirche) โบสถ์ในสไตล์โกธิคตอนปลายที่โดดเด่นไปด้วยโดมลักษณะคล้ายหัวหอม 2 ยอด รวมถึงห้องโถงโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนีตอนใต้ ซึ่งภายในห้องโถงตกแต่งอย่างวิจิตรหรูหรา ส่วนบนหอคอยคือจุดชมวิวชั้นยอดที่เมื่อมองออกไปจะเห็นทิวทัศน์อันงดงามของเมือง
          ส่วนอีกหนึ่งหลังก็คือ ศาลากลางจังหวัด(สร้าง 1867-1908) ที่ดูโดดเด่นสูงสง่าตามสไลต์สถาปัตยกรรมแบบนีโอ-โกธิค มีหอระฆังที่มีชื่อเสียงของโลก ที่ในเวลา 11.00 น.ในหน้าหนาว และ 17.00 น.ในหน้าร้อน จะมีตุ๊กตาออกมาเต้นระบำ สร้างเสน่ห์ให้กับหอระฆังแห่งนี้
          ในขณะที่อาคารศาลากลางหลังเก่า(สร้าง 1470-74) ก็ถือว่าไม่น้อยหน้ากัน เพราะอาคารหลังนี้มีการตกแต่งภายนอกที่ดูสวยงามยิ่งนัก และเมื่อข้ามถนนจากศาลากลางหลังเก่าไปก็จะได้พบกับโบสถ์ Keiliggeistkirche ในสไตล์ร็อคโคโค ที่ด่านหลังโบสถ์คึกคักไปด้วย ตลาดวิคทัวลีน(Viktualienmarkt) ตลาดกลางแจ้งที่มีมากไปด้วยสินค้าทั้งผลไม้พื้นเมืองที่คุ้นหน้าคุ้นตาไปจนถึงผลไม้แปลกตา(ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ)รวมถึงเนื้อสัตว์ และเบียร์สารพัดยี่ห้อซึ่งการันตีความเป็นเมืองเบียร์ของประเทศนี้ได้เป็นอย่างดี
          ส่วนใครที่สนใจในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหากไปมิวนิคไม่ควรพลาดการไปเยือน พิพิธภัณฑ์ด็อยเชส(Deutsches Museum) ด้วยประการทั้งปวง เพราะนี้คือพิพิธภัณฑ์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งการจะชมทุกอย่างให้ทั่วแบบเก็บทุกเม็ดนั้นขอบอกว่าจะต้องใช้เวลาหลายวันเลยทีเดียว แต่สำหรับนักท่องเที่ยวเลือกชมเฉพาะส่วนที่เป็นไฮไลท์ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว โดยใกล้ๆกับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มี อิซาทอร์ (Isator) ที่เป็นประตูเมืองเก่าแก่เป็นอีกหนึ่งจุดน่าสนใจ
          นอกจากนี้ มิวนิคยังมี พระราชวังนิมเฟนบวร์ก ตำหนักประทับฤดูร้อนสำหรับเหล่าเจ้าชายและกษัตริย์บาวาเรียน ถือว่าเป็นพระราชวังสมัยบาร็อคตอนปลายที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในเยอรมนี ตัวสวนในพระราชวังนี้ได้รับการออกแบบสไตล์ฝรั่งเศสอย่างสวยงาม รวมถึง ทะเลสาบสตานแบร์ก และทะเลสาบอัมเม่อร์ที่น่าไปเยือนเป็นอย่างยิ่ง
          “โคโลญจน์” เมืองน้ำหอมชื่อดัง
          อีกเมืองหนึ่งที่ใช้ระเบิดแข้งในบอลโลกครั้งนี้ และเป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นเยี่ยมก็คือ “โคโลญจน์”เมืองที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนีที่ครั้งหนึ่งเคยร่ำรวยที่สุดในโลก ในอดีตเมืองนี้มีน้ำหอมชื่อดังจาก โรงงานน้ำหอมโอเดอโคโลญจน์ 4711 ส่วนในบอลโลกครั้งนี้โคโลญจน์ส่งสนามไรน์ เอเนอร์กี้ สตาติโอนเป็นสังเวียนระเบิดแข้ง
          โคโลญจน์ เป็นเมืองเมืองที่เก่าแก่ที่ตั้งมาตั้งแต่สมัยโรมัน ชื่อเมืองนี้มาจาก “โคโลเนีย” ซึ่งใครที่อยากรำลึกถึงความรุ่งโรจน์แห่งยุคโรมัน ขอแนะนำให้ไปเดินที่ถนนโบราณ และชมพิพิธภัณฑ์โรมัน-เยอมานิค (R?misch-Germanishes)ที่ตัวพิพิธภัณฑ์โด่งดังไปทั่วโลกด้วย ไอโอโนซอส โมเซอิค ที่เป็นกระเบื้องเซรามิคและกระจกมากว่า 1 ล้านชิ้นที่ดูแล้วน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก ส่วนภายในก็เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโบราณวัตถุเก่าแก่ที่ประมาณค่าไม่ได้ ภาพชีวิตเมื่อ 2,000 กว่าปีก่อนเมื่อครั้งที่ชาวโรมันตั้งค่ายพักแรมอยู่ที่โคโลญจน์
          สำหรับจุดท่องเที่ยวอันโดดเด่นในเมืองนี้ก็มี วิหารโคโลญจน์ อาคารที่มีหอคอยยอดปลายแหลมอันโดดเด่น ภายในมีสถูปแห่งมากี(Reliquienschrein) ซึ่งเป็นโลงศพหินทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลกตะวันตก ใช้บรรจุกระดูกของพวกมากี นอกจากนี้ยังมีคลังเก็บสมบัติล้ำค่าอีกมากมาย ทั้ง ทองคำ งาช้างแกะสลัก หินมีค่า เอกสารคัมภีร์ต่างๆ และไม้กางเขนแกะสลักแห่งเกโรที่เก่าแก่มาก แม้ว่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 การโจมตีทางอากาศจะทำให้เมืองเสียหายเกือบทั้งเมือง แต่ตัววิหารกลับรอดจากการโจมตีมาได้ราวปาฏิหาริย์
          นอกจากนี้โคโลญจน์ยังมีเป็นถิ่นที่มีชื่อเสียงในเรื่องโบสถ์ในสไตล์โรมานีสค์ ไม่ว่าจะเป็น โบสถ์เซนต์มาร์ติน ที่เป็นแลนด์มาร์คอันโดดเด่นของเมืองนี้ โบสถ์เซนต์เกเรออน โบสถ์สมัยศตวรรษที่ 11 เป็นอาคารสิบเหลี่ยมบนผังรูปไข่ ซึ่งสวยงามน่าชมเป็นอย่างยิ่ง
          แฟรงค์เฟิร์ต แมนฮัตตันแห่งเมืองเบียร์
          ถัดจากโคโลญจน์ไปต่อกันที่ “แฟรงค์เฟิร์ต” เมืองที่ได้รับฉายาว่า“แมนฮัตตันแห่งเยอรมนี” เพราะเป็นเมือง เศรษฐกิจสำคัญของเมืองเบียร์ ซึ่งเต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้า ซึ่งมีตึกเมสเซ่อ(Messeturm : สร้างปี 1989) อดีตตึกสำนักงานที่สูงที่สุดในยุโรปตั้งโดดเด่นอยู่กลางย่านธุรกิจของแฟรงค์เฟิร์ต โดยมีสนามคอมเมิร์ซ แบงก์ อารีน่า เป็นสนามที่ใช้ระเบิดแข้งในบอลโลกครั้งนี้
          กระนั้นแม้จะเป็นเมืองเศรษฐกิจ แต่แฟรงค์เฟิร์ตก็ยังมีประวัติศาสตร์อันสวยงามหลงเหลืออยู่ อาทิ จัตุรัสรือเม่อร์ ศูนย์กลางของย่านเมืองเก่าที่มีลักษณะเป็นจัตุรัสห้าเหลี่ยม มีน้ำพุแห่งความยุติธรรมอยู่ตรงกลาง
          อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ บ้านเกิดของเกอเธ่(Goethehaus) หรือชื่อเต็มๆคือ“โยฮันน์ วูล์ฟกัง วัน เกอเธ่”นักกวีและนักประพันธ์นามอุโฆษชาวเยอรมัน ที่คอวรรณกรรมคงรู้จักกันเป็นอย่างดี ปัจจุบันบ้านเกิดเกอเธ่ได้รับการตกแต่งและดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์
          ส่วนจุดน่าเที่ยวอื่นๆก็มี ฮิสทอริชเช่อ ออสไซลเล่อร์ (Historische Ostzeile) บ้านเก่าโครงไม้ยุคสมัยกลาง ที่มีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ ส่วนฝั่งตรงข้ามก็เป็น โบสถ์เลออนฮาร์ด(LeonHards-Kirche) โบสถ์เก่าแก่สมัยโรมานีสค์-โกธิคตอนปลาย ที่สวยงามน่ายล นอกจากนี้ก็ยังมี โบสถ์พอล (สร้าง 1789-1833)ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์จากการจัดประชุมแห่งชาติเยอรมัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นรัฐสภาแห่งแรกของเยอรมัน หลังจากถูกทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ได้ถูกดัดแปลงมาเป็นคอนเสิร์ตฮอลล์ในปี 1948
          ส่วนใครหากต้องการหาร้านอาหารอร่อยๆ ที่เฟรสก้าส ย่านถนนคนเดินมีร้านอาหารให้เลือกมากมาย ส่วนบรรดาขาช้อปก็ต้องแวะไปที่ ถนนไซล์(Zeil) ย่านช้อปปิ้งที่ยาวที่สุดของเยอรมนี หรือหากต้องการหลบความจอแจก็ต้องไปที่พาลเม่นการ์เท่น(Palmengarten) หนึ่งในสวนพฤกษาศาสตร์ที่สวยงามที่สุดในยุโรป ซึ่งมีพรรณไม้มากมายให้เลือกชมทั้งไม้เมืองหนาวเมืองร้อน
บันทึกการเข้า
myacc
เริ่มซ่า
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 17 มีนาคม 2009 »

ดีมากเลยคับ
บันทึกการเข้า

vhay
ซ่าเรียกพี่
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 613



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 11 พฤษภาคม 2009 »

น่าเที่ยว เจ๋ง
บันทึกการเข้า



spyteen
เริ่มซ่า
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 05 กุมภาพันธ์ 2010 »

ขอบคุณครับ ที่เอามาให้ชม
บันทึกการเข้า

Auzangijang
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: 17 มีนาคม 2010 »

น่าไปเเฮะ ..อิอิ



 ยิ้มยิงฟัน ยิ้มยิงฟัน
บันทึกการเข้า
siamza16
เริ่มซ่า
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 08 พฤษภาคม 2010 »

ขอบคุณมากครับอยากไปจัง
บันทึกการเข้า

[
tosnatoa
วัยซ่า
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,119


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 11 พฤศจิกายน 2010 »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ
บันทึกการเข้า

[
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: