หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: อย่างไรจึงเรียกว่าโรคอ้วน  (อ่าน 796 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
dudu
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: 04 ธันวาคม 2008 »


คอลัมน์ : พบหมอศิริราช : โรคอ้วนในวัยรุ่น (1)  อย่างไรจึงเรียกว่าโรคอ้วน
Source - บ้านเมือง (Th)

        โรคอ้วนเป็นโรคที่เกิดจากร่างกายมีพลังงานสะสมมากเกินไป โดยส่วนใหญ่เกิดจากการที่ร่างกายรับประทานอาหารในปริมาณมาก หรือเป็นอาหารในกลุ่มที่ให้พลังงานสูง รวมทั้งปัจจุบันมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น กิจวัตรประจำวันของคนเราจะทำงานอยู่ในอาคาร นั่งๆ นอนๆ เดินน้อยลง  เวลาก็เร่งรีบ ไม่มีเวลาออกกำลังกายจึงทำให้มีพลังงานสะสมในร่างกายมากเกินไป เป็นเหตุโดยส่วนใหญ่ที่นำมาซึ่งโรคอ้วนในปัจจุบันนี้
        จากที่กล่าวมาแล้วในเรื่องของพลังงานเกิน กิจวัตรประจำวัน และเมื่อไหร่จึงเรียกว่าเด็กอ้วน ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต โดยเปรียบเทียบระหว่างน้ำหนัก ความสูง และค่าจะแตกต่างกันในแต่ละวัย  สำหรับผู้ใหญ่จะคำนวณจาก  น้ำหนักตัว (กก.)? ความสูง 2 (ม.) ค่าที่ออกมาในผู้ใหญ่จะมีค่าคงที่ ในคนปกติจะอยู่ระหว่าง 19-25 หากผลลัพธ์เกินกว่า 25 เรียกว่า เริ่มท้วม หากคำนวณแล้วผลลัพธ์เกิน 30 จะถือว่าอ้วน และจะมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากขึ้น 
        ในวัยรุ่นจะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ วัยรุ่นตอนต้นจะยังมีการเจริญเติบโตอยู่ ต้องคำนวณเหมือนเด็กที่มีการเจริญเติบโตโดยเปรียบเทียบกับกราฟมาตรฐาน แต่หากเป็นวัยรุ่นตอนปลาย คือ เด็กหญิงหากมีประจำเดือนมาแล้ว 2 ปีขึ้นไป เด็กชายมีเสียงเปลี่ยนไปแล้ว 2-3 ปี ในการคำนวณเหมือนกับผู้ใหญ่ ผลกระทบจากการเกิดโรคอ้วน
        - ด้านร่างกาย ส่วนใหญ่จะทราบกันดีอยู่แล้วว่า หากผู้ใหญ่อ้วนก็จะนำไปสู่โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ เส้นเลือดหัวใจตีบทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ภาวะการหายใจลำบาก มีอาการปวดขา เป็นโรคเกาต์ หรือโรคมะเร็งได้    จากโรคที่กล่าวมานี้ โดยเฉพาะในเด็กวัยรุ่นเราพบโรคดังกล่าวที่เด็กเป็นเหมือนกับผู้ใหญ่ ซึ่งเมื่ออดีต 10-20 ปีที่ผ่านมา ในเด็กวัยรุ่นจะพบโรคเหล่านี้น้อยมาก  จากข้อมูลของโรงพยาบาลศิริราชพบว่า มีเด็กอ้วนเป็นโรคเบาหวานร้อยละ 2.4 ทั้งๆ ที่เด็กเหล่านี้ไม่มีอาการแสดงของโรค และมากกว่าร้อยละ 30 พบว่ามีไขมันคอเลสเตอรอลสูง และเมื่อแพทย์ตรวจละเอียดมากขึ้นอีก โดยดูการเผาผลาญพลังงานมีความผิดปกติหรือไม่ พบว่ามีความผิดปกติถึงร้อยละ 30-40 ซึ่งอัตราตัวเลขเหล่านี้จะเหมือนกับหลายๆ ประเทศทั่วโลก มีอัตราเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นทางด้านร่างกายจึงเป็นผลเสียแน่นอน
        - ด้านจิตใจ วัยรุ่นเป็นวัยที่รักสวยรักงาม เพราะฉะนั้นจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับการแต่งตัวที่ไม่เหมือนเพื่อน เข้ากับกลุ่มเพื่อนไม่ได้ ปรับตัวยาก  การเข้าเรียน โดยข้อมูลจากต่างประเทศพบว่า คนอ้วนหรือนักศึกษาที่อ้วน เมื่อจบแล้วโอกาสจะเข้าทำงานน้อยกว่าคนน้ำหนักตัวปกติ หรือเมื่อทำงานแล้วระดับของเงินเดือนก็จะน้อยกว่า เมื่อเทียบกับผลการเรียนหรือความสามารถอื่นๆ ที่เท่าๆ กัน อีกประการ คือจะส่งผลต่อผลการเรียนด้วย เนื่องจากคนอ้วนมากเวลากลางคืนจะนอนหลับไม่สนิท จะพลิกไปพลิกมาทำให้ง่วงนอนตอนกลางวัน ซึ่งพบได้บ่อยแม้กระทั่งเด็กอ้วนอายุ 9-10 ขวบ ยังไม่ทันเข้าวัยรุ่น คุณแม่จะพามาพบแพทย์เพราะคุณครูแจ้งว่าผลการเรียนแย่ลง แล้วนั่งหลับในห้องเรียนตลอดเวลา แม้กระทั่งมานั่งรอตรวจยังนั่งหลับเลย  ตรวจพบว่ากลางคืนเด็กนอนไม่ได้จะผุดลุกผุดนั่ง ออกซิเจนที่ได้รับก็ต่ำ แพทย์จะแก้ไขและแนะนำให้ลดน้ำหนักตัว ผลการเรียนก็ดีขึ้น อ้วน...จำเป็นต้องมาพบแพทย์หรือไม่
        ทุกคนควรจะใส่ใจกับสุขภาพ หากทราบว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือผิดปกติอย่างไรก็จะเป็นข้อมูลของตัวเอง ถ้าพบว่าตนเองอ้วนและมีปัจจัยเสี่ยงค่อนข้างสูง ควรมาพบแพทย์ทันที รวมทั้งถ้าหากอ้วนแล้วน้ำหนักมาก และมีประวัติครอบครัวหรือมีญาติเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ มะเร็ง เหล่านี้ควรจะพบแพทย์เพื่อตรวจหาปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดโรคเหล่านี้ แต่หากคิดว่าตนเองท้วมๆ อย่างน้อยก็ควรดูแลสุขภาพตนเอง ควบคุมน้ำหนักให้คงที่ อย่าให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แสดงว่าเราปล่อยให้ตัวเองก้าวเข้าสู่ปัจจัยเสี่ยงที่สูงมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าหากเรามีการดูแลตัวเราเอง แล้วควบคุมน้ำหนักให้คงที่ หรือลดลงร้อยละ 5 ของน้ำหนักที่เป็นอยู่ ก็จะทำให้ลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ลงได้การลดน้ำหนักทางการแพทย์มีวิธีการอย่างไร
        ในทางการแพทย์ เมื่อรู้ตัวว่าอ้วนแล้ว ก็ควรมาพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของโรคอ้วนว่าเกิดจากอะไร หรือบางครั้งสาเหตุของความอ้วนอาจจะเกิดจากความเจ็บป่วยอยู่ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของฮอร์โมนบางอย่างที่ทำให้เสียสมดุลในร่างกาย เช่น  มีฮอร์โมนต่อมหมวกไตที่มากเกินไป หรือมีภาวะฮอร์โมนไทรอยด์บกพร่อง ทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้นได้  หากมาตรวจร่างกายเราจะสามารถรักษาโรคอ้วนที่เป็นสาเหตุจากความเจ็บป่วยนั้นๆ ได้ แต่หากอ้วนที่เกิดจากภาวะโภชนาการเกินจริงๆ ตรงส่วนนี้ วิธีการลดน้ำหนักจะต้องแก้ที่สาเหตุที่ทำให้มีน้ำหนักเกิน คงต้องดูรายละเอียดว่า โภชนาการอาหารที่รับประทานไปนั้นมีอะไรมากเกินไปบ้าง เราควรลดหรือเพิ่มสารอาหารบางอย่างอย่างไร อีกข้อคือ จะต้องมีการเผาผลาญพลังงานให้มากขึ้น ก็คงต้องมีการแนะนำให้มีการออกกำลังกายที่เหมาะสม เช่น น้ำหนักมากเกินไป ควรจะเริ่มการออกกำลังกายอย่างไรบ้าง
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: