หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: หูอื้อ หูดับ เวียนหัว  (อ่าน 2601 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
dudu
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: 04 ธันวาคม 2008 »


คอลัมน์ : พบหมอศิริราช : หูอื้อ หูดับ เวียนหัว
Source - บ้านเมือง (Th)

        หูเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกาย เป็นที่ตั้งของอวัยวะรับเสียงเพื่อการได้ยิน และอวัยวะเพื่อการทรงตัว ถ้าเราไม่สามารถได้ยินชัดเจน มีการหูอื้อ หรือเกิดหูดับไปเฉยๆ เราจะเดือดร้อนใจมากเพราะเราจะไม่อาจพูดคุย ติดต่อ สื่อสารและเข้าสังคมได้ตามปกติ ยิ่งกว่านั้นถ้ามีอาการเวียนหัวบ้านหมุน  คลื่นไส้ อาเจียน หรือหูดังมีเสียงรบกวนด้วย จะยิ่งทรมานมากขึ้น การหาสาเหตุของโรคและการให้การรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงทีเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญ
        สาเหตุของโรคอาจเป็นจากหูเอง หรือจากประสาทเกี่ยวข้อง หรือโรคทางสมอง หรืออาจมาจากโรคทางกายหลายๆ อย่างที่เป็นต้นเหตุก็ได้ ถ้าเด็กเกิดใหม่มีการเสียการได้ยินตั้งแต่แรกเกิด ถ้าเป็นรุนแรงและไม่อาจพูดได้ ทำให้ไม่อาจพัฒนาตนเองและไม่อาจศึกษาเล่าเรียนได้อย่างเด็กปกติ และอาจเป็นใบ้ไปเลยก็ได้เรามารู้จักหูกันดีกว่า เราได้ยินและทรงตัวได้อย่างไร
        หูมีส่วนประกอบ 3 ส่วนทำงานร่วมกันเป็นอวัยวะในการฟังเสียงและการทรงตัว ได้แก่ หูชั้นนอก หูชั้นกลาง และหูชั้นใน
        หูชั้นนอก เป็นส่วนที่มองเห็นได้ชัด ประกอบด้วยใบหูและช่องหู ทำหน้าที่รวมเสียงและส่งคลื่นเสียงไปยังแก้วหู ซึ่งจะสั้นสะเทือนรวบรวมพลังเสียงส่งต่อไปยังหูชั้นกลางและหูชั้นในอีกที ในช่องหูมีต่อมส่วนนอก มีต่อมไขมัน ซึ่งเป็นต่อมขน และมีต่อมขับสารข้นเหนียว คือ ขี้หู ขี้หูมีความมันให้ความชุ่มชื้นในช่องหูชั้นนอก และป้องกันแมลงเข้าหู
        หูชั้นกลางประกอบด้วย ชุดกระดูก 3 ชิ้นได้แก่ ค้อน ทั่ง โกลน ลอยตัวอยู่ในอากาศคล้ายเครื่องทุนแรง กระดูกทั้ง 3 ชั้น นี้ช่วยขยายเสียงจากแก้วหูไปยังหูชั้นในโดยอาศัยพลังกลและด้วยอัตรส่วนต่างของแก้วหูและฐานกระดูกโกลน ในอัตรา 20 ต่อ 1 ระดับความดันอากาศในหูชั้นกลางปรับโดยท่อต่อระหว่างหูชั้นกลางและหลังโพรงจมูกให้เท่าบรรยากาศเสมอ
        หูชั้นนอกและหูชั้นกลาง แบ่งจากกันด้วยแผ่นเนื้อเยื่อ คือ แก้วหู หูชั้นกลางต่อกับหูชั้นในตรงฐานกระดูกโกลน เป็นหน้าต่างรูปไข่ ด้วยเหตุนี้เมื่อมีการติดเชื้อที่หูชั้นนอกเนื้อเยื่อจะสกัดกั้นเชื้อโรคไม่ให้ลามสู่หูชั้นกลาง และจากหูชั้นกลางสู่หูชั้นใน ดังนั้นหากเชื้อโรคไม่รุนแรงมากเกินขนาด อาการจะเกิดเฉพาะบริเวณที่ติดเชื้อเท่านั้น
        หูชั้นในประกอบด้วยกระดูกรูปหอยโข่ง (คอเคลีย) ขดกัน สองรองครึ่ง เป็นที่อยู่ของปลายประสาทรับการได้ยิน รับการได้ยินความถี่ของเสียงตั้งแต่เสียงแหลมไปจนถึงเสียงทุ้ม และติดต่อกับอวัยวะรับการทรงตัวรูปครึ่งวงกลม 3 อัน ตั้งฉากซึ่งกันและกัน รับรู้การเคลื่อนไวของศีรษะในท่าต่างๆ ปลายประสาทการได้ยินและการทรงตัวลอยอยู่ในของเหลวที่มีลักษณะเหมือนน้ำในเซลล์ของร่างกาย และล้อมรอบด้วยเยื่อบางกั้นจากของเหลวที่มีลักษณะเหมือนน้ำนอกเซลล์ที่อยู่ล้อมรอบอีกครั้ง น้ำเหลวในหูชั้นในจะมีทางติดต่อไปสู่สมองและน้ำในไขสันหลัง
        แรงสั่นสะเทือนจากเสียงและการไหลของน้ำในหูจากการเคลื่อนไหวศีรษะจะถูกแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้า ณ ปลายประสาทนั้น และกระแสประสาทจะเชื่อมโยงไปถึงสมองเพื่อให้สมองแปลความหมายของเสียงที่ได้ยิน และรับรู้เพื่อควบคุมการทรงตัวในท่าต่างๆ การที่อวัยวะรับเสียงและอวัยวะทรงตัวเชื่อมต่อกันในโพรงของเหลวเดียวกัน และมีเส้นประสาทเชื่อมต่อไปยังสมองคู่กันไป ดังนั้นความผิดปกติของหูชั้นในจึงส่งผลกระทบทั้งการฟังเสียงและการทรงตัวพร้อมกันโรคของหูที่ทำให้หูอื้อ หูดับ ปัญหาที่พบโดยทั่วไปของหูและการได้ยิน
        1.ช่องหูชั้นนอกตีบแคบ
        2.ขี้หูอุดตันช่องหู
        3.การติดเชื้อในช่องหู หรือหูอักเสบ
        4.แก้วหูทะลุ
        5.การติดเชื้อในโพรงหูชั้นกลาง เป็นหูน้ำหนวก
        6.ท่อรับแรงดันในหูชั้นกลางตัน
        7.โรคของหูชั้นใน
        8.โรคของเส้นประสาทรับเสียง
        9.โรคของสมอง หรือเนื้องอกหูชั้นนอกอักเสบ
        การติดเชื้อของหูชั้นนอก คือการอักเสบที่ผิวหนังหูชั้นนอก โดยเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อรา มักเกิดหลังหูโดนน้ำสกปรก แล้วใช้ของแข็งที่ไม่สะอาดเขี่ยแคะ ทำให้หูชั้นนอกถลอก พอได้รับเชื้อโรคจึงอักเสบมีน้ำเหลืองทำให้คัน และยิ่งแคะนั้นจะทำให้การอักเสบลุกลามมากขึ้น บางครั้งการติดเชื้อที่ช่องหูชั้นนอกอาจเกิดที่ต่อมขนทำให้กลายเป็นฝี จะเจ็บปวดมากโดยเฉพาะถ้าถูกจับหู หรือถูกดึงใบหูหรือใส่เครื่องถ่างดูช่องหูจะยิ่งเจ็บมากขึ้น แม้แต่เคี้ยวและอ้าปากก็จะทรมานขี้หูสะสมอุดตัน
        ขี้หูเกิดขึ้นปกติในช่องหูชั้นนอก ลักษณะข้นเหนียวเป็นมัน มีกลิ่นเฉพาะ ป้องกันแมลงและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ไม่ให้เข้าหู ไม่จำเป็นต้องเช็ดทำความสะอาดขี้หู เพราะโดยธรรมชาติขี้หูจะเคลื่อนตัวออกมาภายนอกเอง การแคะจะยิ่งทำให้เกิดขี้หูมากขึ้นเพราะผิวหนังระคายเคืองและถ้าแคะจนช่องหูเป็นแผลขี้หูจะยิ่งพอกพูนมากขึ้นๆ จนอุดตัน ทำให้การได้ยินไม่ชัดเจน กรณีเช่นนี้ควรให้แพทย์เอาขี้หูออกตามวิธีที่ถูกต้อง อย่าแหย่วัตถุชิ้นยาวและเล็กเข้าไปในช่องหูเอง เพราะอาจเกิดอันตรายกับแก้วหูสิ่งแปลกปลอมในช่องหู
        เด็กบางคนชอบเล่นของเล็กๆ เช่น ลูกปัด ไข่มุก ดินสอ ยางลบ สิ่งของเล็กๆ เหล่านี้ถ้าขนาดเล็กกว่างช่องหู อาจพลัดหลุดเข้าไปในช่องหู อย่าพยายามเอาสิ่งของนั้นออกเอง เพราะอาจกลายเป็นการดันให้หลุดลึกเข้าไปอีกจะยิ่งเอาออกยาก และอาจเป็นอันตรายต่อช่องหู การเค้นจะเอาสิ่งของออกจากหูให้ได้ อาจทำให้แก้วหูทะลุและเกิดปัญหาร้ายแรงอื่นๆ ตามมา จำเป็นต้องพึ่งวิธีทางการแพทย์ใช้เครื่องมือที่เหมาะสมเอาสิ่งแปลกปลอมออกจากหู
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: